ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

ชื่อรุ่น ของนักเรียน โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

รุ่น 8 เวฬุการ
ก่อเกิด ต่อจาก กอเดียว
เกาะเกี่ยว กอแกน แก่นสาน
สืบต่อ กอฝัน “เวฬุการ”
สร้างศานต์ น้อมนร ปฐวี

รุ่น7 ONENESS (หนึ่งอนันตกาล)
ขณะที่อดีตคืออนาคต
ขณะที่กลางคืนคือกลางวัน
ขณะที่ฉันคือเธอและเธอก็คือฉัน
ขณะนั้นเราคือ "หนึ่งอนันตกาล"


รุ่น6 วิจิตศิรา (สายธารแห่งการรู้แจ้ง)
ดั่งศิรา รินราด พื้นผาดแห้ง
ดั่งศิรา แหล่งชุบนรา มิอาสัญ
ดั่งศิรา ก่อกำเนิด สรรพชีวัน
ดั่งศิรา สรวงสวรรค์ นิรันดร์วิจิต

รุ่น5 คีตกาล
"คีตกาล" บรรสานพร้อม บรรเลง
สรรเส็ง สัพพัญญู สุ่ศานต์
เห่รัก ห่มทั่วหล้า จันทรากาล
นิตย์นาน มิสูญเสียง สำเนียงงาม

รุ่น4 ประกายมาศ
เกิดจากมาศ จึ่งเป็น "ประกายมาศ"
ใจผุดผาด ผ่องแผ้ว ดั่งแก้วใส
เป็นน้ำทิพย์ ชโลมหล้า คู่ฟ้าไทย
รินไหล มิแห้งหาย จากใจชน


รุ่น3 แสงแห่งกาญจน์
ดั่งผืนภพสงบรับสรรพสิ่ง
ดั่งน้ำนิ่งสดับรับสรรพเสียง
ดั่งป่าใหญ่โอบกอดหล้าคู่ฟ้าเคียง
รองเรืองมิราแรง แสงแห่งกาญจน์

รุ่น2 เมล็ดพันธุ์ของวันพรุ่ง   
กลางเดือนมีนาคมวันสิ้นปีการศึกษา พี่ๆ ชั้น ป.6 เพิ่งจบจากไป
นักเรียนชั้นอื่นก็ปิดเรียน โต๊ะเรียนว่างเปล่า ห้องเรียนก็เงียบเหงา
ความเงียบได้กลืนกินทุกอย่างในโรงเรียน เหมือนโลกได้หยุดหายใจลงชั่วขณะ
แต่ความเงียบก็ไม่อาจทนอยู่นาน
เมื่อยอดอ่อนของต้นจานได้ผลิออก ดอกอินทนิลก็ค่อยๆ แย้มบานเช่นกัน
ฉับพลันนั้นบทเพลงอันเพราะพริ้งจากการขับขานของจักจั่นเรไรก็ดังระงม
วันนี้ ....ไม่ใช่การจากลา
แต่เป็นวันแห่งฤดูกาลใหม่ที่กำลังเริ่มต้น
เธอเป็นความหวัง
เพราะเธอคือเมล็ดพันธุ์ของวันพรุ่ง

รุ่น1 ลมหายใจของกาลเวลา
ลมหายใจแม้เพียงแผ่วเบา แต่หมายถึงการมีชีวิต


วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เรียนรู้เพื่อเข้าใจมนุษย์

ผมเชื่อว่า ถ้าเราอยากรู้จักมนุษย์ให้ใกล้เคียงความแท้จริง เราเรียนรู้ได้จากวรรณกรรม. เพราะวรรณกรรมเปิดเปลือกทุกชั้นของเรา ทั้งคลี่ทุกเงื่อนงำที่ซ่อนอยู่
...
"ไม่มีใครเขียนจดหมายหานายพัน"
ผมไปเจอหนังสือ "ไม่มีใครเขียนจดหมายถึงนายพัน" จากร้านหนังสือเก่าลดราคาเหลือเพียง 20 บาท ทั้งที่เป็นงานของนักเขียนรางวัลโนเบลเลยทีเดียวแต่ราคายังถูกกว่าเบียร์กระป๋อง หรือพอๆ กับขนมขบเคี้ยว(แต่กระนั้นก็ยากจะหาคนซื้อ) เล่มนี้จัดพิมพ์โดยสัมนักพิมพ์ยาดอง ในเล่มไม่ระบุปีพิมพ์แต่ดูจากสภาพน่าจะพิมพ์ฉบับแปลนี้มาแล้วสักสิบกว่าปี คงพิมพ์ไม่เยอะแต่ก็คงขายไม่ได้อยู่ดีหมายถึงผู้จัดพิมพ์ก็เจ็บตัวไปตามระเบียบ เรื่องราวสะท้อนสภาพสังคม วัฒนธรรม รัฐและการเมืองในยุคเริ่มต้นของประเทศ ดำเนินเรื่องผ่านตัวเอกที่เป็นนายพลหลังเกษียณ ผู้รอคอย น่าเสียดายที่งานเขียนชั้นดีซึ่งต้องใช้การอ่านอย่างลึกซึ้งต้องถูกทิ้งขว้างไป
รู้จักผู้เขียนสักนิด
กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกวซ (Gabriel Garcia Marquez) นักเขียนชาวโคลอมเบีย รางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ปี ค.ศ. ๑๙๘๒ ผู้เขียน “หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว” (One Hundred Years of Solitude ผู้แปล ปณิธาน-ร.จันเสน ) เป็นนวนิยายชิ้นเอกแห่งศตวรรษที่ ๒๐ ที่ได้รับการยกย่องว่า “ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่” ด้วยการเขียนในแนวทางใหม่ สัจนิยมมหัศจรรย์ ( Magical Realism ) ความเจ็บปวดในวรรณกรรมลาตินอเมริกามักแสดงออกในรูปของสังคมที่ตกอยู่ในภาวะขัดแย้งระหว่างประเพณีนิยมกับสมัยนิยม ระหว่างเรื่องโกหกกับความเป็นจริง เพื่อจะหลีกหนีไปให้พ้นจากความทุกข์ทรมานเช่นนี้ ตัวประโยคในเรื่องราวจึงมักใช้ข้อความหรือประโยคที่เป็นสัญลักษณ์ เช่น “....โผผินไปสู่ดวงตะวัน ...โดยปราศจากความสนใจใยดีของกลุ่มผู้หญิงที่กำลังซักผ้าอยู่นั้น...” ดังที่ปรากฏอยู่ในนวนิยายเรื่อง “หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว”
กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกวซ เคยพูดไว้ว่า “เป้าหมายวรรณกรรมของเราอยู่ที่การสร้างและการค้นหาเอกลักษณ์ของเราเองออกมา” และ “เราต้องสร้างความสุขของพวกเราขึ้นด้วยจินตนาการ บวกกับการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องร่วมชาติของเรา”






รักในเอเดน

แรกตั้งใจเขียนเรื่องเหล่านี้ให้เด็กๆ มัธยมต้นที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาได้อ่านได้เรียนรู้เกี่ยวกับความรัก เพราะพวกเขาอาจเข้าใจมันในมิติเดียว จนบางคนอาจถึงต้องลำบากในการคลำทาง
เมื่อทำเสร็จกลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องราวที่ควรค่าต่อการพิเคราะห์ หากเราปรารถนาอยากให้คนรักได้เติบโตขึ้นไปพร้อมกัน
แต่ความเข้าใจต้องอาศัยการตีความ
เรื่องราวรักอันประหลาดเหล่านี้จะช่วยให้ท่านได้ตีความเรื่องรักได้หลายมิติ
‪#‎รักในเอเดน‬

35 เรื่องเร้นรัก
ความหมายของสิ่งต่างๆ ขึ้นอยู่กับที่ใครจะตีความ รักก็เช่นกัน แต่ละคนย่อมตีความไม่เหมือนกัน ปฏิบัติการแห่งรักจึงต่างกันไป
..
_ปฏิบัติการรักระดับพื้นผิวนั้น เรามักแสดงออกมาจากการคิดและความรู้สึก
_ลึกมาหน่อยเราปฏิบัติการแห่งรักไปเพราะความกลัว กลัวการถูกตัดขาด กลัวการโดดเดี่ยว เราจึงปรารถนาที่จะรวมเป็นหนึ่งกับอีกคน โดยต้องแลกด้วยกับอีกหลายอย่าง
_ยังมีอีกหลายชั้น
_ลึกสุดของปฏิบัติการแห่งรักก็คือ...

คำสัญญา

คำสัญญา
สัญญาเป็นเครื่องมือ ช่วยรับประกันความเสี่ยงให้กับอีกฝ่ายเป็นการสร้างความเชื่อใจที่มาจากภายนอก แต่ละคนที่พูดว่าฉันหรือผมขอสัญญา ประโยคนั้นกลับให้น้ำหนักต่อความเชื่อใจจากแต่ละคนได้ไม่เท่ากัน คู่สัญญาจะประเมินจากปูมหลัง จากบุคลิกภาพ จากภาษากายหรือหลักฐานที่เป็นรูปธรรมอื่นๆ แต่ที่สำคัญที่สุดของการประเมินความน่าเชื่อถือต่อคู่สัญญาคือการประเมินจากปูมหลังที่เป็นค่าเฉลี่ยของคนคนนั้นที่เคยผิดสัญญา 
อย่าใช้คำว่าสัญญาบ่อยแม้กับเรื่องเล็กน้อยเพราะถ้าเราผิดสัญญาแม้กับเรื่องเล็กน้อยนั้นๆ ก็นับเป็นจำนวนครั้งของการผิดสัญญาซึ่งจะถูกประมวลเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ดี คนที่มีค่าเฉลี่ยของการผิดสัญญาสูงก็จะได้รับความเชื่อใจน้อยและความนับถือก็จะน้อยลงด้วย
สำหรับเด็กคำสัญญาไม่มีเรื่องเล็กน้อยทุกคำสัญญามีความหมายและควรค่าต่อการจดจ่อเฝ้ารอ
..
ผมเพิ่งอ่าน..เรื่องนี้เขียนขึ้นปี ค.ศ.1939 ปีเดียวกันที่ผู้เขียนจะเสียชีวิตด้วยวัย45ปี
เรื่องนี้สะท้อนชีวิตของคนเร่ร่อนติดเหล้าที่พยามยามกอบกู้ศักดิ์ศรีของตนเองด้วยการพยายามจะทำตามคำมั่นสัญญาที่ตนได้ให้ไว้ การทำตามคำมั่นสัญญาคือหนทางเดียวเท่านั้นที่เขาพอที่จะได้รับคุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับคนอื่นๆ แต่..การรักษาคำพูดนี้ก็ไม่ง่ายเลย

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โครงการ การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเพื่อพัฒนาสมรรถนะครู


โครงการ การพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเพื่อพัฒนาสมรรถนะครู 
ได้รับสนับสนุุนจากกองทุน Bkind 2558-2559

หลักการและวัตถุประสงค์
ด้วยโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาได้ดำเนินการเพื่อ วัตถุประสงค์หลักได้แก่
1.      เพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่าง ด้วยการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนและนวัตกรรมองค์กร
1.1   วัตกรรมสำหรับการเรียนการสอนเพื่อมุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขในศตวรรษที่ 21  และ จากการที่ทดลองและพัฒนามากว่า 10 ปี  จึงได้นวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอนที่สำคัญสองนวัตกรรมคือ  1) “จิตศึกษา” ซึ่ง เป็นนวัตกรรมที่จะทำให้ผู้เรียนไปถึงปัญญาภายใน  ได้แก่  การมีจิตใหญ่เพื่อรักได้อย่างมหาศาล  การเคารพคุณค่าตัวเองและคนอื่นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างภารดรภาพ  การมีสติชำนาญเพื่อเท่าทันอารมณ์  การมีสมาธิเพื่อกำกับความเพียรให้สำเร็จ  การมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้อื่น เป็นต้น  และ 2) “หน่วยบูรณาการที่ใช้ปัญหาเป็นฐานการเรียนรู้หรือ PBL (Problem based learning)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เป็น    Active Learning ที่จะทำให้ผู้เรียนไปถึงปัญญาภายนอก  ได้แก่ Reading comprehension,  Writing,  Arithmetic,  ICT skills,  Thinking skills,   Life & Career skills,  Collaboration skill  and  Core subject
1.2   พัฒนานวัตกรรมสำหรับองค์กรเพื่อมุ่งพัฒนาครู และการพัฒนาองค์กรที่เรียกว่า “ชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพ” (PLC-Professional learning community) ซึ่งมีองค์ประกอบสองส่วนที่สำคัญคือ การสร้างความเป็นชุมชนให้เกิดขึ้นในองค์กร และ การจัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างหลากหลายระหว่างกัน  เป้าหมายสำคัญของ PLC คือ การสร้างการเรียนรู้ของครูร่วมกันเพื่อให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่จะสอน   มีทักษะการจัดการเรียนการสอน  และ มีจิตวิญญาณของความเป็นครู
รูปแบบการทำงานของ นวัตกรรม PLC, PBL, จิตศึกษา ที่จะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน




2.      เพื่อขยายผลไปยังโรงเรียนของรัฐให้มากขึ้นเพื่อ ให้ถึงผู้เรียนจำนวนมากขึ้น  และ ในที่สุดจะเกิด Critical mass สำหรับการปฏิรูปการศึกษาของไทย  โดยโรงเรียนฯ ได้ดำเนินการกิจกรรม ดังนี้
2.1   เปิดรับให้ครู หรือโรงเรียนต่างๆ ได้เข้ามาศึกษาดูงาน วัน (Open eyes) เพื่อจุดประกายให้เห็นความสำเร็จจากการใช้นวัตกรรมทั้งสามอย่าง
2.2   โรงเรียนสนใจที่ต้องการใช้นวัตกรรมหรือวิธีการบางส่วน   หลังจาก Open eye แล้วจะกลับมาอบรมระสั้น 2-3 วัน
2.3    โรงเรียนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ  จะมีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้ 
-             กระบวนการ  Open eye
-             อบรมหลักสูตรยาว 5-10 วัน เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมทั้งหมด  PLC  PBL จิตศึกษา  
-             นำกลับไปใช้  โดยโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ตาม  Monitor สาธิตการสอน  ร่วมทำ Lesson study  ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือ PLC  ปีละ 2-4 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับสภาพการเรียนรู้ของครูแต่ละโรงเรียน)
-             ถ่ายทำ Clip การสอนของครูในทุกชั้นเรียนเพื่อให้ครูเรียนรู้จากการสอนได้มากขึ้น
-             สร้างเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน และ ทำ PLC online เพื่อการเรียนรู้ข้ามโรงเรียน และ เพื่อ Empower ครู
-             จัด Conference ใหญ่ปีละครั้ง เพื่อให้แต่ละโรงเรียนได้นำเสนอความสำเร็จ และเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับสังคม

รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนของรัฐให้เป็นโรงเรียนตัวอย่างให้การปฏิรูปการจัดการศึกษา





               ด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าวโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ร่ามมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา และ สพป.นครราชสีมา 2และ 5  เพื่อพัฒนาโรงเรียนต้นแบบเพื่อพัฒนาสมรรถนะครู จำนวน 4 โรงเรียนได้แก่  โรงเรียนบ้านโค้งกระโดน โรงเรียนบ้านปอพราน  โรงเรียนบ้านดอนไพล และโรงเรียนโกรกลึก

โครงการ งอก-นอกกะลา NNK

โครงการ งอกนอกกะลา
NNK (Ngok-Nok-Kala)
หลักการและวัตถุประสงค์
ด้วยโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาได้ดำเนินการเพื่อ 2 วัตถุประสงค์หลักได้แก่
1.      เพื่อเป็นโรงเรียนตัวอย่าง ด้วยการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนและนวัตกรรมองค์กร
1.1   วัตกรรมสำหรับการเรียนการสอนเพื่อมุ่งให้ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขในศตวรรษที่ 21  และ จากการที่ทดลองและพัฒนามากว่า 10 ปี  จึงได้นวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอนที่สำคัญสองนวัตกรรมคือ  1) “จิตศึกษา” ซึ่ง เป็นนวัตกรรมที่จะทำให้ผู้เรียนไปถึงปัญญาภายใน  ได้แก่  การมีจิตใหญ่เพื่อรักได้อย่างมหาศาล  การเคารพคุณค่าตัวเองและคนอื่นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างภารดรภาพ  การมีสติชำนาญเพื่อเท่าทันอารมณ์  การมีสมาธิเพื่อกำกับความเพียรให้สำเร็จ  การมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและผู้อื่น เป็นต้น  และ 2) “หน่วยบูรณาการที่ใช้ปัญหาเป็นฐานการเรียนรู้หรือ PBL (Problem based learning)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เป็น    Active Learning ที่จะทำให้ผู้เรียนไปถึงปัญญาภายนอก  ได้แก่ Reading comprehension,  Writing,  Arithmetic,  ICT skills,  Thinking skills,   Life & Career skills,  Collaboration skill  and  Core subject
1.2   พัฒนานวัตกรรมสำหรับองค์กรเพื่อมุ่งพัฒนาครู และการพัฒนาองค์กรที่เรียกว่า “ชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพ” (PLC-Professional learning community) ซึ่งมีองค์ประกอบสองส่วนที่สำคัญคือ การสร้างความเป็นชุมชนให้เกิดขึ้นในองค์กร และ การจัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างหลากหลายระหว่างกัน  เป้าหมายสำคัญของ PLC คือ การสร้างการเรียนรู้ของครูร่วมกันเพื่อให้ทุกคนได้ยกระดับความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่จะสอน   มีทักษะการจัดการเรียนการสอน  และ มีจิตวิญญาณของความเป็นครู
รูปแบบการทำงานของ 3 นวัตกรรม PLC, PBL, จิตศึกษา ที่จะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน




2.      เพื่อขยายผลไปยังโรงเรียนของรัฐให้มากขึ้นเพื่อ ให้ถึงผู้เรียนจำนวนมากขึ้น  และ ในที่สุดจะเกิด Critical mass สำหรับการปฏิรูปการศึกษาของไทย  โดยโรงเรียนฯ ได้ดำเนินการกิจกรรม ดังนี้
2.1   เปิดรับให้ครู หรือโรงเรียนต่างๆ ได้เข้ามาศึกษาดูงาน 1 วัน (Open eyes) เพื่อจุดประกายให้เห็นความสำเร็จจากการใช้นวัตกรรมทั้งสามอย่าง
2.2   โรงเรียนสนใจที่ต้องการใช้นวัตกรรมหรือวิธีการบางส่วน   หลังจาก Open eye แล้วจะกลับมาอบรมระสั้น 2-3 วัน
2.3    โรงเรียนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ  จะมีขั้นตอนในการดำเนินการดังนี้ 
-             กระบวนการ  Open eye
-             อบรมหลักสูตรยาว 5-10 วัน เพื่อเรียนรู้นวัตกรรมทั้งหมด  PLC  PBL จิตศึกษา  
-             นำกลับไปใช้  โดยโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ตาม  Monitor สาธิตการสอน  ร่วมทำ Lesson study  ร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือ PLC  ปีละ 2-4 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับสภาพการเรียนรู้ของครูแต่ละโรงเรียน)
-             ถ่ายทำ Clip การสอนของครูในทุกชั้นเรียนเพื่อให้ครูเรียนรู้จากการสอนได้มากขึ้น
-             สร้างเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียน และ ทำ PLC online เพื่อการเรียนรู้ข้ามโรงเรียน และ เพื่อ Empower ครู
-             จัด Conference ใหญ่ปีละครั้ง เพื่อให้แต่ละโรงเรียนได้นำเสนอความสำเร็จ และเพื่อสร้างการรับรู้ให้กับสังคม

รูปแบบการพัฒนาโรงเรียนของรัฐให้เป็นโรงเรียนตัวอย่างให้การปฏิรูปการจัดการศึกษา



               ด้วยวัตถุประสงค์ดังกล่าวโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จึงได้จัดทำโครงการงอกกนอกกะลา หรือ NNK (Ngok-Nok-Kala)  เพื่อพัฒนาโรงเรียนตัวอย่างในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้ น่าน 3 โรงเรียน และ ศรีสะเกษ 6 โรงเรียน