ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

"จิตศึกษา" สร้างความฉลาดทางจิตวิญญาณ

ปัญญาภายใน(3)
ปัญญาภายในที่เราทั้งหมดโหยหาทั้งเป็นเครื่องค้ำชูชีวิตกลับกลายเป็นสิ่งขาดแคลนเหลือเกินในภาวะปัจจุบัน  การสร้างจึงต้องให้ครบถ้วนทั้งปริยัติ  ปฏิบัติ  และ  ปฏิเวธ
ปัญญาภายใน หรือ ความฉลาดด้านในหมายรวมถึงความฉลาดทางด้านจิตวิญญาณ(SQ)  และ ความฉลาดทางด้านอารมณ์(EQ)  ซึ่งได้แก่ 
      การรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเอง(รู้ตัว)  และการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น  มีความสามารถจัดการอารมณ์หรือปรับสมดุลทางอารมณ์ของตนเองได้   
การเห็นคุณค่าในตัวเอง  คนอื่น  และสิ่งต่างๆ  เพื่อการดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมายและมีความหมาย  
การอยู่ด้วยกันอย่างภารดรภาพ  ยอมรับในความแตกต่าง  เคารพและให้เกียรติกัน  การมีวินัย  มีความรับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม  อยู่อย่างพอดีและพอใจได้ง่าย
การมีสติอยู่เสมอ  รู้เท่าทันอารมณ์เพื่อให้รู้ว่าต้องหยุด หรือ ไปต่อ กับสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ 
การมีสัมมาสมาธิ   เพื่อกำกับความเพียรให้การเรียนรู้หรือการทำภาระงานให้ลุล่วง  มีความอดทนทนทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
การเห็นความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างตนเองกับสิ่งต่างๆ  นอบน้อมต่อสรรพสิ่งที่เกื้อกูลกันอยู่   
การมีจิตใหญ่มีความรักความเมตตามหาศาล

การบ่มเพาะปัญญาภายในด้วย ด้วยนวัตกรรมการสอนที่เรียกว่า  จิตศึกษา 
      กระบวนการ จิตศึกษา”  เป็นรูปแบบที่พัฒนาขึ้นในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาตั้งแต่ปีการศึกษา 2546  เพื่อให้เป็นแนวคิดและกระบวนการพัฒนาทั้งครูและเด็กให้เกิดการเรียนรู้และงอกงามด้านความฉลาดทางด้านอารมณ์และความฉลาดด้านจิตวิญญาณ 
   
กระบวนทัศน์ของ  จิตศึกษา”  ประกอบด้วย
1.       การใช้จิตวิทยาเชิงบวก
2.       การสร้างชุมชนและวิถีของชุมชน
3.       การจัดกระทำผ่านกิจกรรมและเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

     เริ่มต้นในปีแรกๆ นั้น กระบวนการจิตศึกษาในโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมเด็กให้สงบ ผ่อนคลาย และให้กลับมารู้เนื้อรู้ตัวก่อนเรียนทุกวัน
     หลังจากการดำเนินกระบวนการจิตศึกษาได้หนึ่งปี พบว่า เด็กทุกคนสงบได้ง่ายขึ้น จิตใจที่สงบก็จะนำมาซึ่งการรับฟังกันได้ลึกซึ้ง เกิดการใคร่ครวญ สามารถรับรู้และเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ หรือสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
หลังจากนั้นโรงเรียนจึงได้พัฒนากระบวนการและกิจกรรมขึ้นมาเป็นลำดับ จนปัจจุบันพบว่า เมื่อครูใช้กระบวนการจิตศึกษาเพื่อขัดเกลาเด็ก ในขณะเดียวกันนั้นครูก็ได้ขัดเกลาความฉลาดด้านในของตนเองไปด้วย "จิตศึกษา" จึงกลายเป็นส่วนสำคัญของโรงเรียนในการพัฒนาครู เพื่อยกระดับจิตวิญญาณครูให้มี "หัวใจของความเป็นครูอย่างแท้จริง" 
     ส่วนในตัวเด็ก กระบวนการจิตศึกษาได้ยกระดับความฉลาดด้านจิตวิญญาณ และความฉลาดด้านอารมณ์ ให้เห็นคุณค่าของสรรพสิ่ง การน้อมนำของสิ่งที่ดีงามเข้าไปสู่จิตใต้สำนึก ทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมของนักเรียน ให้อยู่ในภาวะคลื่นสมองต่ำเพื่อให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้


กรุงเทพธุรกิจ(กายใจ) ฉบับ  79    4-10  ธ.ค.2554

1 ความคิดเห็น:

  1. โรงเรียนเทศบาลวัดป่าเรไร สังกัดสำนักการศึกษาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด ได้เรียนรู้จิตศึกษาและนำมาพัฒนาผู้เรียนและตนเองจนเกิดผลในทางที่ดีต่อตนเองและผู้เรียน จึงอยากขอบคุณครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง และคณะครูโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาที่จุดประกายนี้ให้ ขอบคุณมากๆค่ะ

    ตอบกลับลบ