ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

เมล็ดพันธุ์ของวันพรุ่ง

กลางเดือนมีนาคมวันสิ้นปีการศึกษา พี่ๆ ชั้น ป.6 เพิ่งจบจากไป
นักเรียนชั้นอื่นก็ปิดเรียน โต๊ะเรียนว่างเปล่า
ห้องเรียนก็เงียบเหงา
ความเงียบได้กลืนกินทุกอย่างในโรงเรียน เหมือนโลกได้หยุดหายใจลงชั่วขณะ
แต่ความเงียบก็ไม่อาจทนอยู่นาน
เมื่อยอดอ่อนของต้นจานได้ผลิออก ดอกอินทนิลก็ค่อยๆ แย้มบานเช่นกัน
ฉับพลันนั้นบทเพลงอันเพราะพริ้งจากการขับขานของจักจั่นเรไรก็ดังระงม
วันนี้ ....ไม่ใช่การจากลา
แต่เป็นวันแห่งฤดูกาลใหม่ที่กำลังเริ่มต้น
เธอเป็นความหวัง
เพราะเธอคือเมล็ดพันธุ์ของวันพรุ่ง


9 ความคิดเห็น:

  1. เธอเป็นความหวัง
    เพราะเธอคือเมล็ดพันธุ์ของวันพรุ่ง..

    จะกลายเป็น..
    "เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา"

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ12 มีนาคม 2553 17:31

    ครั้งหนึ่งเคยได้รับดอกไม้จากชายคนหนึ่งเป็นดอกจาน ตอนแรกรู้สึกว่าดูใหญ่เทอะทะไปหมด ไม่สวยเลย แถมคนที่เอามาให้ก็มาแบบอยู่ๆยื่นมาตรงหน้าเราก็ยื่นมือไปรับแบบอัตโนมัติ พอเขาเดินจากไปเราก็งงสิ...แล้วก็เดินต่อตายังมองดอกไม้ในมือขวาอยู่ งงแต่น่าแปลกทำไมรู้สึกดี พอเดินกลับคืนทางเดิม ก็เห็นดอกไม้นี้หล่นอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวใต้ต้นเต็มไปหมด คิดในใจว่า...เป็นดอกไม้ที่ไม่รักตัวเองเสียเลย หล่นง่ายจัง ยังไม่ทันเด็ดเลย ง่ายจัง ในวันต้องกลับเดินผ่านทางเดิมอีกครั้ง ครั้งนี้กลับรู้สึกว่า...ดอกอะไรมีแต่ให้ ยังไม่ขอก็จะให้ ให้ทั้งที่ตัวเองต้องสูญเสียความงามประดับต้นตัวเองอย่างนั้น เต็มใจให้จนเลอะเทอะไปหมด...ใครที่ได้เป็นผู้รับคงสำคัญและมีความหมายมาก ถ้าเป็นจริงอย่างนั้น อยากบอกว่า...ครูก็สำคัญและมีความหมายมากเช่นกัน

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ14 มีนาคม 2553 21:38

    อิจฉาจังเลย ที่มีคนมอบดอกไม้ไห้แม้จะไม่ได้พูดหรือเอ่ยอะไรออกมา แต่เชื่อว่าคนทั้งสองคงมีใจที่ตรงกัน และคงจะได้รักกันสมดังใจหมายแม้ดอกไม้ที่ให้จะไม่ใช่ดอกไม้ที่หนุ่มสาวส่วนใหญ่ให้กันเหมือนความรู้สึกความปรารถนาดีที่ครูมีให้กับเด็กทุกคนแม้จะไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกมาแต่เชื่อว่าเด็กทุกคนรับรู้ได้ ถึงความรักที่มีให้ แต่เมล็ดพันธุ์ของวันพรุ่ง

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ14 มีนาคม 2553 21:59

    สรรพสิ่งที่อยู่บนโลกเวลาที่ชีวิตเริ่มต้นมักจะสวยงามและน่ารักเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสือที่ดุร้าย หรือสุนัขจรจัด หรือแม้แต่เด็กตัวเล็ก ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทไหนก็จะน่ารักเพราะผู้ที่มองมองด้วยใจที่บริสุทธิ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งต่าง ๆ โตขึ้นคนมองก็คนเดิม แต่ต่างกันแค่เวลา เท่านั้นแต่กลับมองเขาเหล่านั้นด้วยสายตาที่คาดหวัง บางครั้งก็เคลือบแคลง ถ้าพ่อแม่มองลูกเหมือนที่มองตอนเขาเป็นเด็กก็คงดี มองแบบไม่เคลือบแคลง ไม่กดดัน มองแบบเข้าใจธรรมชาติของวัยเขา บางครั้งต้นกล้าที่ปล่อยให้เผชิญสิ่งต่าง ๆ เองบ้างก็ดีเหมือนกัน ได้สัมผัสความรู้สึกหิว ร้อน เหนื่อย หนาว ทุกข์ สุข แล้วเราจะเรียนรู้ว่าเขาจะผ่านแต่ละอย่างได้อย่างไร สุดท้ายเขาจะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แข็งแรงเติมโตอย่างสง่างาม

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ19 มีนาคม 2553 17:44

    สายตาที่เคลือบแคลง
    สายตาที่คาดหวัง
    ...ฉันกำลังได้รับ

    บางครั้งต้นกล้าที่ปล่อยให้เผชิญสิ่งต่างๆเองบ้างก็ดีเหมือนกัน
    ...ฉันกำลังเป็นอยู่

    สุดท้ายเขาจะเป็นเมล็ดพันธ์ที่แข็งแรงเติบโตอย่างสง่างาม
    ...ฉันจะทำได้ไหม

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ19 มีนาคม 2553 17:49

    ดอกจาน ฤ ว่าดอกนี้ คือสัญลักษณ์ของความปรารถนาดี ที่มีให้แก่กันและกัน
    ดอกจาน...ความรักที่มีความหมายมากกว่าให้ความสุข

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ19 มีนาคม 2553 18:11

    ขอบคุณค่ะ

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ6 เมษายน 2553 16:41

    นานมาแล้ว มีชาวสวนคนหนึ่ง ปลูกผักไว้หลายชนิด เข้าค่อย ๆ บรรจงปลูก รดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ย แล้วผักแต่ละชนิดก็เติบโตงอกงาม ชาวสวนก็เก็บผักไปปรุงอาหารหรือบางทีก็แจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน ชาวสวนก็มีความสุข เวลาผ่านไปลูก ๆ ของเขาก็โตขึ้น ชาวสวนจึงต้องทำงานเพิ่มอีกหลายอย่าง เพื่อให้มีรายได้เพียงพอกับความต้องการของคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่การปลูกผัก แต่เขายังต้องไปรับจ้างยังต่างถิ่น บางครั้งผักที่ปลูกไว้ก็ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร วันหนึ่งขณะที่ชาวสวนไม่อยู่ ผักทั้งหลายก็คุยกัน และเห็นตรงกันว่าช่วงนี้ชาวสวนไม่ค่อยสนใจดูแลพวกตนเท่าไหร่ ผักหลายชนิดก็ถกเถียงกัน ต่างก็ตำหนิชาวสวนที่ไม่รับผิดชอบดูแลพวกตน ขณะนั้นเองก็มีฟักทองเถาเหี่ยวพูดขึ้นว่า เราจะไปโทษชาวสวนก็ไม่ได้ เขาไม่ได้ตั้งใจทอดทิ้งพวกเราหรอก หากแต่เขามีความจำเป็น พวกเราควรจะเห็นใจและเข้าใจเขามากกว่าที่จะมาตำหนิ อย่างน้อยเขาก็ทำให้พวกเราได้งอกงามเป็นต้นผัก ไม่ใช้เป็นแค่เมล็ดที่ถูกทิ้งให้ฝ่อ จนไปสามารถนำไปปลูกได้ หรือรอให้หนูมาแทะกิน พวกเจ้าจะมาโอดครวญกันทำไม ในเมื่อชาวสวนเขาก็ช่วยให้พวกเรามีรากที่ใช้ในการดูดซึมหาอาหาร มันเป็นเครื่องมือชั้นดีเลยนะ แต่ถ้าใครขี้เกียจ จะรอแต่ชาวสวนมาให้อาหาร ก็รอไปเถอะ ส่วนข้ายังไม่อยากอดตาย รากของข้าก็มีสำหรับชอนไชดูดหาอาหาร ใบของข้าก็มีพร้อมที่จะปรุ่งอาหารอร่อยให้ข้ากิน ลำต้นของข้าก็พร้อมที่จะแจกจ่ายอาหารไปยังทุกส่วนของข้า แล้วพวกเจ้าจะยังต้องการอะไรอีก จะมัวมากล่าวโทษผู้อื่นทำไม ถ้าพวกเจ้าคิด พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปแล้วพวกเจ้าจะเข้าใจชาวสวนและเข้าใจสิ่งที่มันเกิด ขึ้นเอง

    ...แล้วการศึกษาของเรา จะสอนให้ลูกหลานของเรารอแค่ให้ชาวสวนกลับมารดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย หรือจะสร้างรากที่แข็งแรง กล้าหาญ เพื่อใช้ดูดซับน้ำ อาหาร ล่อเลี้ยงตัวเองในยามที่ชาวสวนไม่อยู่ พร้อมจะยืนหยัดไม่ว่าสถานการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร...
    ...หรือจะให้ลูกหลายเป็นผักที่ยืนต้นตาย เพราะชาวสวนไม่กลับมา...

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ6 เมษายน 2553 17:06

    ยินดีกับทุกความงอกงาม
    ยินดีกับทุกความรัก
    ...ขอบคุณความรักที่มากว่ารักเพื่อได้มา
    ...ขอบคุณทุกความปารถนาดี ของผู้ให้ด้วยใจอันบริสุทธิ์
    ...จงเชื่อว่าความพยามยามทำสิ่งดีจะไม่สูญเปล่า


    ...เป็นกำลังใจให้ผู้กล้าครูนอกะลาทุกคน ความดีไม่มีวันสิ้นสูญ...

    ตอบลบ