ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

การเรียนรู้บนฐานความรู้สึก

เราไม่ได้เชื่อความรู้มากนัก  ลึกๆ แล้วเราเชื่อความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อสิ่งต่าง  ความรู้มีไว้เพียงเพื่อเป็นเหตุผลอธิบายความรู้สึก
      เราเรียนรู้มามากมายว่ากินเหล้าไม่ดีต่อสุขภาพ  แต่เหล้าก็ดำรงอยู่ในสังคมมานานนับ
      เราซื้อฉลากกินแบ่งรัฐบาล  ทั้งที่รู้ว่าโอกาสที่จะถูกนั้นเพียง 1:1,000,000
      บางครั้งการทดลองกินยาจริงกับก้อนแป้งอาจให้ผลต่อการรักษาไม่ต่างกัน
ความรู้สึกของมนุษย์ก่อตัวและจัดเรียงเป็นโครงสร้างในตัวเราก่อนที่เราจะมีความรู้  ความรู้ป็นเพียงตัวที่มาเกาะกับแกนความรู้สึกที่เรามีอยู่เดิมแล้วเท่านั้น  เราอาจจะสลัดมันออกเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเกิดมันขัดกับความรู้สึก
เรามักจำเหตุการณ์ในอดีตนานมาแล้วได้บางเหตุการณ์เท่านั้น  และ เหตุการณ์ที่จำได้นั้นมักจะเชื่อมกับความรู้สึกบางอย่างด้วยเสมอ  อาจเป็นดี่ใจ เศร้าเสียใจ ตื่นเต้น  กลัว เกลียด ขยาด เจ็บปวด ฯลฯ
ความรู้สึกยังเป็นที่มาของคุณธรรมและจริยธรรม  เช่น เราเห็นลูกนกตกจากรัง  คุณธรรมและจริยะธรรมไม่ได้กระโดดออกมาทันที่ แต่ความรู้สงสารและความรู้สึกคิถึงแม่ จึงทำให้เราแสดงจริยธรรมออกไปโดยนำลูกนกกลับไปไว้รัก เรารู้สึกปราบปลื้มที่ได้ทำอย่างนั้น และสั่งสมเป็นคุณธรรมความเมตตาในตัวเรา
การเรียนรู้เพื่อการจดจำประสบการณ์หนึ่งๆ นั้นจึงจำเป็นที่จะให้เชื่อมต่อกับความรู้สึกของเด็กๆ ประสบการณ์ที่จดจำมาเพียงเหตุการณ์เดียวอาจไม่ถึงความเข้าใจหรือนำไปใช้ได้ แต่เมื่อผ่านหลายๆ ประสบการณ์  การเชื่อมโยงเป็นโครงสร้างความรู้และโครงสร้างความรู้สึกก็จะเกิดขึ้น  องค์ความรู้ที่อยู่บนเส้นสายของความรู้สึกก็จะใช้ได้จริง  เป็นชีวิตจริงที่ผสมผสานทุกอย่างลงตัวแล้ว ซึ่งคุณธรรมกับความรู้จึงไม่ได้แยกชั้นกันอยู่

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ3 มีนาคม 2553 14:04

    ไม่รู้ว่าสิ่งที่เล่าต่อไปนี้คืออะไร สมัยที่เป็นเด็ก(บ้านนอก)มีโอกาสได้มาเรียนในเมือง สัปดาห์ไหนที่เดินทางมาจากบ้านวันจันทร์จะทำให้มาถึงโรงเรียนช้าไม่ทันเข้าเรียน จะเกิดความรู้สึกไม่อยากไปโรงเรียนแล้วจะพยายามสั่งให้ตัวเองเป้นไข้ หรือไม่สบายด้วยอาการอะไรก็ได้ แล้วมันก็จะเป็นไปตามนั้นทุกครั้ง(ยืนยัน) หรือแม้แต่เวลาที่ไม่สบายจริง ๆ จะไม่ยอมกินยา(ไม่ชอบอะไรที่มีรสขม)ยิ่งเป็นยาน้ำแม้แต่กลิ่นก็ใกล้ไม่ได้ ทุกครั้งที่ไม่สบายจะต้องมองตัวเองว่าต้องหายไม่อย่างนั้นจะได้กินยา หรือบอกตัวเองว่าจะไม่เป็นไข้ ตั้งแต่เกิดมาในแต่ละปีนับได้เลยว่าไม่สบายกี่ครั้ง แทบจะไม่มีเลย ก็แค่อยากถ่ายทอดว่าหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ความรู้ไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้ง ๆ ที่เราก็เรียนมาว่าเวลาไม่สบายต้องกินยาและพักผ่อน แต่ความรู้สึกกลัวของเราต่างหากที่ทำให้เราเกิดการเรียนรู้บางอย่าง (ขออนุญาตร่วมแชร์กับผู้เขียนค่ะ)

    ตอบลบ