ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การฝึกฝนปฏิบัติการแห่งรัก

ผมเห็นครูบางคนที่ให้เด็กเปียผมให้  นวดให้ ทำงานให้ครู หรือครูทำงานให้เด็ก  ผมคิดว่าเบื้อหลังพฤติกรรมเหล่านั้นน่าจะเกิดจากวิธีการคิดของครูอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

ระดับที่ 1 ไม่ได้จัดการตัวเองก่อนที่จะมาถึงโรงเรียนเลย อาจจะตื่นสาย มีนิสัยขี้เกียจ ไม่มีสำนึกตรึกตรองเรื่องหน้าที่ หรือไม่มีความสามารถที่จะทำให้ตัวเองให้ดูดี เลยต้องให้เด็กๆ ช่วยแก้ขัดไปก่อน 

ระดับที่ 2 ครูยังคิดว่าตนเองเป็นผู้มีอำนาจ  และเด็กคนนั้นอยู่ใต้อำนาจ เป็นประเภทซาดิสม์ มาโซคิสม์  เป็นกระบวนการเถลิงอำนาจของครูและสร้างความพึงพอใจต่อการอยู่ใต้อำนาจของเด็ก  วิธีคิดแบบนี้อันตราย  เพราะเป็นการสานต่อแบบแผนของอำนาจ ทั้งจะสร้างคนประเภทศิโรราบต่ออำนาจมากกว่าการเคารพในคุณค่าในตัวเอง  เขาจะไม่กล้าเป็นอิสระ ไม่เป็นอิสระ และจะถูกครอบงำด้วยความคิดความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ

ระดับที่ 3   เกิดจากทั้งครูและเด็กคู่นั้นชอบกันเป็นพิเศษ จึงสร้างกิจกรรมเพิ่มเติมสัมพันธภาพต่อกันและกัน  วิธีนี้เกิดขึ้นเพราะฉันทาคติ ซึ่งเป็นอคติแบบหนึ่ง เด็กคนอื่นๆ ส่วนใหญ่จะโดนผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม การเรียนรู้จะไม่ได้เกิดอย่างเต็มที่ที่ควรจะเป็น ชั้นเรียนชั้นนั้นก็จะเกิดสภาวะเหมือนปรากฏการณ์พิกมาเลียน 


ระดับที่  4  ครูตั้งใจทำอย่างนั้นเพื่อให้เด็กได้ฝึกการเป็นผู้รัก  แทนที่จะเป็นผู้ถูกรักอย่างเดียว  ทักษะของการเป็นผู้รักหรือการรักต้องการการฝึกฝนเช่นกัน  เพื่อให้การแปลงจากความรู้สึกภายในให้การเป็นการปฏิบัติการของความรัก(Action)  ครูที่มาถึงขั้นนี้นับว่าจิตสูง  มีความเข้าใจต่อความรักอย่างแท้จริง มีความเข้าใจต่อชีวิตอย่างแท้จริง และ รู้ด้วยว่าควรฝึกฝนกับเด็กแต่ละคนอย่างไร ให้โอกาสเด็กทุกคน เป็นด้วยการเสียสละตนเองเพื่อการฝึกฝนเด็ก และเป็นไปโดยปราศจากอคติ