ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

India Future Forum


ปลายเดือนกรกฎาคม 2556  ได้เข้าร่วมกิจกรรม India Future Forum   ซึ่งจัดที่ Infosys เมื่อง Pune ซึ่งเป็นบริษัทซอฟแวร์ยักษ์ใหญ่ของอินเดีย

สิ่งที่ได้เรียนรู้
- การทำงานของอโชก้าเป็นความพยายามค้นหาบุคคลที่เป็น Changemakers ทั้งเป็นนักนวัตกรรมทางสังคมที่มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งภาพเล็กๆ และ ภาพใหญ่ระดับโครงสร้าง  เพื่อเสริมพลังให้บุคคลเล่านั้นยังทำงานต่อไปและช่วยให้บุคคลเล่านั้นยังคงทำงานต่อไปอย่างมีพลังยิ่งขึ้น  ซึ่งได้เห็นทั้งความหลากหลายของบุคคลและความหลากหลายของงาน
- ในการจัดForum สำหรับ Fellow แต่ละครั้งจะช่วยให้เกิด  Collective Leader ที่มีพลังใหญ่ขึ้นเพราะจะเกิดการเชื่อมคนเชื่อมงานเข้าด้วยกันเพื่อร่วมกันทำไปให้ถึงแก่นของการที่จะทำให้โลกและสิ่งมีชีวิตบทโลกมีสุขภาวะเพิ่มขึ้น   กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้คือเครื่องมือที่จำเป็นที่สุด  ซึ่งต้องอาศัยกระบวนกรที่เก่งและอาจต้องใช้กิจกรรมที่แยบยลและหลากหลายในการถอดบทเรียนจากอโชก้าเฟลโลให้ทั่วถึงกันทุกคนเพื่อให้แต่ละคนได้เรียนรู้จากกันและกันในทุกแง่มุมให้ลึกซึ้งขึ้น  ด้วยอโชก้าเฟลโลแต่ละคนต่างเผชิญอยู่กับการแก้ปัญหานั้นๆ อย่างยาวนานจนเข้าใจรากเหง้าของเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี แต่ขณะเดียวกันก็ขาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้เรื่องอื่นๆ  ซึ่งจำเป็นหรือมีความเกี่ยวโยงกับงานที่กำลังทำอยู่
- ฐานใหญ่ที่จะสร้าง Changemakers  หน้าใหม่มากขึ้นคือการสร้างการเรียนรู้ด้าน Empathy  โดยเฉพาะตนเองในฐานะที่มีภารกิจด้านการจัดการศึกษาสำหรับเยาวชนจำเป็นจะต้องกำหนดEmpathy ไว้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย และให้มีกิจกรรมอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง  ส่วนผู้ที่เป็นChangemakers อยู่แล้วอาจจะเพิ่มโอกาสให้คนใหม่ได้มีโอกาสมาร่วมงานหรือได้เรียนรู้ด้วยเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ





วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

เรียนรู้ภาษาอย่างธรรมชาติ

# เช้าวันหนึ่งกลางฤดูฝน ครูอนุบาลพาเด็กๆ เดินรอบโรงเรียน 50 ไร่ ครูชี้ชวนให้เด็กได้สังเกตตรงนั้นตรงนี้ เด็กๆ ก็โปรยคำตามไปตลอดทาง และทั้งหมดก็มาสะดุดหยุดอยู่ตรงคลองน้ำเล็กๆ ที่มีกบตัวเบอเริ่ม 2 ต้ว นอนแช่น้ำอยู่ หลายคนเพิ่งเคยเห็นบ้านกบ จริงๆ ก็ตอนนี้ คำถามทั้งคำตอบพรั่งพลูออกมาจากเด็กๆ เมื่อเด็กเด็กเข้าห้องเรียนผมถือโอกาสเอานิทานเรื่อง พี่น้อง999ตัวย้ายบ้าน เพื่อความประทับใจและความเข้าใจเรื่องกบได้ตราตรึงเพิ่มขึ้นไปอีก
ขั้นต้นของการเรียนรู้ภาษา เด็กจะผ่านขั้นรับรู้และเข้าใจความหมายของเสียงจำนวนหนึ่งมาก่อนเข้าเรียน ขณะเริ่มเข้าเรียนอนุบาล 1 จะอยู่ในขั้นที่จะให้การเรียนรู้ที่จะเข้าใจภาพและสัญลักษณ์ แทนเสียงและแทนความหมาย เมื่อเด็กเริ่มเข้าใจว่าสามารถให้ภาพหรือตัวอักษรหงิกหงอแทนเสียงได้ เด็กจะค่อยๆ เรียนรู้การเขียนสัญลักษณ์แทนเสียง(ตัวอักษร)จากชื่อเล่นหรือสิ่งต่างๆ รอบตัวที่ครูติดคำไว้ หลังจากนั้นเด็กๆ จะสนุกกับการเทียบเคียงเสียงกับรูปคำอื่นๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ขั้นสุดท้ายคือแตกแขนงทางภาษาที่ต้องการให้เด็กสะกด ผสมคำเป็น และใช้คำให้ถูกความหมาย


วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เช้าวันใหม่ที่ไร้ความหมาย

ท่ามกลางแสงแดดร้อนเปรี้ยงตอนแปดโมงครึ่ง  เด็กๆ  ยืนอาบเหงื่อชุ่มโชกเพื่อทำกิจกรรมหน้าเสาธง ทั้งที่ครูส่วนใหญ่ยืนดูอยู่ในร่มเพราะกลัวใบหน้าเป็นฝ้า  เด็กหลายคนแสดงอาการหงุดหงิดเบื่อหน่ายรำคาญใจ  บางคนยังง่วงหาว  บางคนหาทางหลบเลี่ยงจากความทุกข์ทรมารนี้โดยการมาให้สาย หนีแถว หรือไม่ก็โดดเรียนวิชาแรกแม้จะรู้ว่าถึงอย่างไรก็ไม่อาจหนีพ้นทัณฑกรรมตามแบบฉบบับของกระทรวงฯ หรือของโรงเรียนไปได้แต่พวกเขาก็อยากลองเสี่ยงดู    เมื่อถึงเวลาร้องเพลงชาติเด็กบางคนก็เปล่งเสียงร้อง บ้างก็ทำแค่เสียงงึมงำในลำคอในท่วงทำนองอันเคยชินแบบที่อยากให้มันเสร็จๆ ไป   เสร็จจากกิจกรรมทุกอย่างก็เป็นคิวของครูเวรขึ้นอบรมสั่งสอนอย่างยาวนานเท่าที่ครูคนนั้นจะรู้สึกสาแก่ใจ  โดยที่ไม่เคยนึกถึงเด็กๆ สักนิดว่าจะมีสักคนที่ยืนฟังด้วยความซาบซึ้งพึงใจ  นี่หรือที่เราเรียนว่าการปลูกฝังความรักชาติ  กระทรวงศึกษาธิการหรือโรงเรียนทำได้แค่นี้หรือ  ครูกลัวกฎระเบียบอันคร่ำครึเสียจนไม่รู้ว่าจะทำให้ดีกว่านี่ได้อย่างไรเชียวหรือ  เราไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่าวิธีแบบนี้ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่ 
อาจจะยากถ้าจะยุบกระทรวงฯ เสีย

แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะเปลี่ยน  โดยตั้งเจตนารมณ์ให้ชัดและจริงว่าเราจะได้ฉกฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนได้มารวมตัวกันเพื่อทำให้เกิดสิ่งใด    เปลี่ยนที่เข้าแถวให้สบายขึ้นถ้าเป็นไปไม่ได้ก็ปรับระยะเวลาให้สั้นลง  เปลี่ยนบรรยากาศตอนทำกิจกรรมระหว่างครูกับเด็กให้เป็นมิตรมากขึ้น  ปรับกิจกรรมให้มีความหมาย   ประเมินดูด้วยใจทั้งใจเด็กใจครูอยู่เนืองๆ   
เท่านี้ ทั้งเด็กๆ และครู ก็ได้รับการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีๆ

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โลกภายนอกสะเทือนใน


วันนี้ได้รับemail จากคนที่ไม่เคยรู้จัก  ในจดหมายเธอฟูมฟายขอร้องว่าเธอไปสัมมนาที่ไซปรัชแล้วทำกระเป๋าหายทั้ง ร้องขอให้ผมช่วยค่าห้องค่าเสื้อผ้าสารพัดโดยบอกวิธีจ่ายเสร็จสรรพ   โอ้หนอ! ผมอดรำพึงรำพันไม่ได้   ทำไมเธอจึงขอมาที่ผมซึ่งอยู่ห่างไกลกันแสนไกล  ถ้าผมไม่ให้จะกลายเป็นคนใจดำไปไหมนี่  หรือเธอต้องการผลักผมไปในเขตแดนของคนบาปเพื่อจะได้มองตนเองอย่างต่ำค่า  แล้วเรื่องนี้จะแยกแยะจริงเท็จอย่างไร  ถ้ามันปรากฏว่าเป็นเรื่องลวงโลกอยู่ทนโธ่ทำไม่เธอยังทำ  หรือ ธรรมชาติของสัตว์สมองโตถูกสร้างให้ทำเรื่องลวงโลกอยู่แล้วไม่มากก็น้อยทั้งแบบปิดบังและแบบเปิดเผย  นี่อาจจะเป็นปรากฏการณ์เล็กๆ ที่เกิดมาพร้อมกับการเชื่อมถึงกับของโลกโดย ICT แต่ก็สะท้อนชัดว่าขณะที่เราเข้าถึงข้อมูลของกันและกันมากขึ้นก็เป็นไปได้ว่าเรามีโอกาสที่ได้ช่วยเหลือกันมากขึ้น พอๆ กับมีโอกาสที่จะได้ทำร้ายกันมากขึ้น โลกภายนอกกลายเป็นกงล้อใหญ่ที่หมุนเกลียวรัดแน่นวุ่นวายมากขึ้นทุกที ทุกคนเจะถูกลากข้าไปในที่สุด และ มันจะรบกวนโลกภายในของแต่ละคน หล่อหลอมโลกภายในของคนให้เป็นแบบใหม่

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กล่าวขอโทษเพื่อปลด “พันธนาการ”



ตื่นแต่เช้าราวตีสี่เช่นเคย เปิด facebook เจอข้อความจากครูคนหนึ่งที่ส่งมาหา  ซึ่งครูคนนี้เคยเป็นครูที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาราว 7- 8 ปีก่อน
“คิดถึงครูมากครับ ไม่รู้จำผมได้หรือเปล่า ผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของลำปลายมาศพัฒนา  ครั้งหนึ่งที่เคยตัดสินใจทิ้งทุกคนไปเพียงเพราะความน้อยใจและอวดเก่ง ผมได้ละทิ้งความฝันของตนเองและละทิ้งเด็ก เพราะความคิดวูบเดียว  จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมต้องย้ำคิดให้ดีก่อนทำอะไรทั้งเป็นเครื่องเตือนสติในการทำงานเสมอมา โดยได้ครูเป็นแบบอย่างทั้งการกระทำและความคิด ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และอยากกราบขอโทษครูทั้งกาย วาจา อยากให้ครูรักษาสุขภาพเพื่อเป็นที่รักของเราตลอดไป”
น่าทึ่งที่ผ่านไปเจ็ดปีแล้ว แต่เขากลับไม่ลืมกับความรู้สึกเสียใจครั้งกระโน้น  แต่ผมก็รู้สึกดีมากที่เขาได้ปลกปล่อยโซ่ตรวนที่พันธนาการใจไว้  ทันทีที่เรากล่าวคำขอโทษใจเราจะเป็นอิสระ
“ขอโทษ” เราถูกสอนให้พูดออกมาง่ายๆ เมื่อตอนเป็นเด็กจนมันเป็นแค่คำดาษดื่นธรรมดาๆ   แต่เมื่อโตขึ้นทำไมมันจึงเอ่ยออกมายากจัง คนส่วนใหญ่ที่โกรธเคืองกันอยู่ก็เพราะยังไม่มีใครกล่าวขอโทษ  บางทีจุดเริ่มต้นของความขัดเคืองกันนั้นเพียงเล็กน้อยแต่มันสะสมหนักแน่นให้เน่าเสียรุนแรงขึ้น เพียงแค่แต่ละฝ่ายรอการขอโทษ แต่ละคนแต่ละฝ่ายอาจจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกบนฐานความคิดของตนเองจึงคิดว่าไม่ใช่ธุระที่จะไปกล่าวขอโทษก่อน  อีกอย่างขณะที่เราค่อยๆ เติบโตขึ้นเราก็ค่อยๆ สะสมความเป็นตัวตนชัดเจนขึ้นใหญ่ขึ้น จนรู้สึกได้ว่าตนเองเป็นก้อนอิสระ สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองไม่ต้องง้อใคร ไม่ต้องพึ่งพาใคร อันตัวเราใหญ่นี้ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดก็ทำให้ใจปิด การกล่าวคำขอโทษก็ยากตามมา
ไม่มีวันสายสำหรับการกล่าวคำขอโทษ 7 ปีก็ไม่ได้ช้าไปกับการเติบโตทางจิตวิญาณสู่จิตใหญ่อันนอบน้อม จิตใหญ่อันอิสระจะเปิดรับสิ่งดีงามทั้งมวล
ผมมีเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้กล่าวคำขอโทษเช่นกัน แม้มันจะผ่านมาแล้วกว่าสิบปี หรือ บางเรื่องก็กว่ายี่สิบปี  จึงเป็นเวลาอันควรที่จะกล่าวขอโทษเพื่อปลด “พันธนาการ”

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สิ่งมีชีวิต ไม่เคยมีวันหยุด



วันหยุดแห่งชาติ
ใครหนอเป็นผู้กำหนดให้วันเสาร์และอาทิตย์เป็นวันหยุดของมนุษย์โลก   ทำไมไม่ให้เป็นวันพุธหรือวันอาทิตย์   นี่เป็นข้อตกลงของใครกันทำไมยังต้องทำตามๆ กันไป   ถ้าจะกำหนดให้มีวันทำงานสักสามวันแล้วหยุดสี่วันจะดีกว่าเดิมไหม?   
มนุษย์โลกเริ่มมีการกำหนดให้มีวันทั้งเจ็ดขึ้นเมื่อไหร่และทำไมจึงต้องมีเจ็ดวัน   ก่อนหน้าที่จะมีวันทั้งเจ็ดมนุษย์โลกกำหนดให้มีวันหยุดกันอย่างไร    ทำไมแต่ละประเทศจึงมีวันหยุดไม่เหมือนกัน  แล้วทำไมประเทศไทยจึงใช้วันสำคัญทางศาสนาพุธเป็นวันหยุดประจำชาติด้วยทั้งที่ศาสนาอื่นๆ ก็มี  และ ทำไมประเทศไทยจึงให้หยุดทั้งปีใหม่สากลและปีใหม่ของไทย  
ทำไมต้องมีวันหยุดหรือหยุดไปเพื่ออะไร  หรือว่าวันหยุดเป็นงานของข้าราชการ  องค์กรเอกชนต่างๆ ติดต่องานไม่ได้ก็เลยต้องหยุด   ทำไมหลายอาชีพกลับมีวันหยุดที่ไม่แน่นอน  บางอาชีพไม่มีวันหยุด  และบางอาชีพกลับต้องทำงานในวันที่คนส่วนใหญ่หยุด 
ทำไมบางคนทำงานเพื่อรอวันหยุดหรือโหยหาแต่วันหยุด  ขณะที่บางคนใช้วันหยุดเพื่อเตรียมวันทำงาน  ส่วนบางคนทำงานไม่เคยมีวันหยุด  วันหยุดของบางคนกลับเป็นวันที่ยุ่งและวุ่นวายที่สุด  บางคนใช้เวลาวันหยุดเพื่อทำงานอื่นเสริมรายได้แต่บางคนก็ทำอะไรบางอย่างไปเพื่อฆ่าเวลา   บางคนก็ใช้วันหยุดโดยไม่ทำอะไรเลยแต่อีกบางคนกลับใช้วันหยุดเพื่อสะสางงานที่มีจนล้นมือในวันปกติ 
สิ่งที่กำหนดห้วงเวลาของมนุษย์นั้นน่าจะมาจากการผ่านความมืดความสว่าง การผ่านฤดูกาลมาอย่างยาวนานจนฝังชิฟไว้ในยีนที่คอยกำหนดเวลาของร่างกาย  อย่างเช่นห้วงเวลาของการบีบและคลายของหัวใจ  การพองและแฟบของบอดเพื่อหายใจ  ระยะของความอิ่มและความหิว  ระยะของการใช้กล้ามเนื้อด้วยความตื่นตัวกับระยะพักฟื้น   ระยะของการปวดอึ   ระยะของการง่วงหลับ  แต่ทั้งหมดควรจะเรียกว่าการทำงานของร่างกายเพื่อให้ร่างกายนั้นยังเป็นสิ่งที่มีชีวิต    จริงๆ แล้วสิ่งมีชีวิตไม่เคยมีวันหยุด

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ให้การโต้ตอบเป็นศิลปะขั้นสูง


พฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมาทั้งต่อหน้าและลับหลังส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อเรียกหาความสนใจ เป็นการตอบสนองจากสัญชาตญาณแบบไม่ต้องคิด  เพราะเจตจำนงในการมีชีวิตอยู่อย่างหนึ่งคือความต้องการเอาใจใส่ดูแลจากคนอื่น  การได้รับความสนใจก็เป็นที่มาของความใส่ใจ และการใส่ใจก็หมายถึงการสัมผัสได้ถึงการถูกรักในชั้นที่ลึกลงไป  ในการเรียกหาความสนใจเด็กอาจจะแสดงกริยาออกมาทางด้านลบหรือไม่ก็ทางด้านบวก   อาจเป็นแบบเชิงรุกหรือแบบการถอยหนี   หรือเป็นลักษณะการทำร้ายคนอื่นหรือไม่ก็เป็นการทำร้ายตนเอง   
นั่นคือเด็กคนที่แสดงอารมณ์ก้าวร้าวต่อเพื่อนหรือต่อครูก็ล้วนแต่มีเบื้องลึกที่ต้องการความรักความใส่ใจที่ไม่ต่างกับเด็กคนที่เรียบร้อย สงบเสงี่ยมและเชื่อฟัง  เด็กคนที่แกล้งเพื่อนหรือทำลายสื่งของของเพื่อนก็มีความต้องการเบื้องลึกไม่ต่างจากเด็กคนที่แสดงออกถึงความนอบน้อมและมีน้ำใจ   เด็กคนที่เข้ามาอยู่ใกล้ชิดช่วยเหลืองานครูก็เช่นเดียวกันกับเด็กคนที่หลบอยู่มุมห้องและพยายามยัดอะไรต่อมิอะไรเข้าหูเข้าจมูกตนเอง  เด็กคนที่ตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบสูงกับเด็กคนที่ไม่ใส่ใจเรียนเลยในเบื้องลึกก็ต้องการการตอบสนองของความรักความใส่ใจ  แต่ครูจะแสดงออกอย่างไรล่ะกับพฤติการณ์ที่ต้องการสิ่งเดียวกันแต่แสดงออกคนละขั้ว
ครูต้องอาศัยทั้งวุฒิภาวะและศิลปะ  วุฒิภาวะของความเข้าใจเป็นความเมตตา  ความปรารถนาที่จะยกระดับวุฒิภาวะของเด็ก(กรุณา) และ ต้องใช้ศิลปะอย่างสูงในการโต้ตอบ  เพราะการเพิกเฉยต่อพฤติกรรมด้านลบก็อาจทำให้เมล็ดพันธุ์ของการแสดงออกของอารมณ์ทางด้านลบนั้นเติบโต เด็กจะแสดงพฤติกรรมนั้นออกมาโดยเข้าใจว่าเป็นสิ่งถูก   แต่การพยายามเข้าไปแก้ไขทุกเรื่องเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เด็กอาจจะรู้สึกถึงการคุกคาม และการรู้สึกว่าไม่มีพื้นที่ส่วนตัวให้งอกงามเอง
ต้องให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยว่าไม่มีใครได้อะไรทุกอย่างที่ต้องการ และไม่มีใครเสียอะไรที่มีอยู่ไปทั้งหมด แม้แต่ ความรักความเอาใจใส่ก็เป็นเช่นเดียวกัน