ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เช้าวันใหม่ที่ไร้ความหมาย

ท่ามกลางแสงแดดร้อนเปรี้ยงตอนแปดโมงครึ่ง  เด็กๆ  ยืนอาบเหงื่อชุ่มโชกเพื่อทำกิจกรรมหน้าเสาธง ทั้งที่ครูส่วนใหญ่ยืนดูอยู่ในร่มเพราะกลัวใบหน้าเป็นฝ้า  เด็กหลายคนแสดงอาการหงุดหงิดเบื่อหน่ายรำคาญใจ  บางคนยังง่วงหาว  บางคนหาทางหลบเลี่ยงจากความทุกข์ทรมารนี้โดยการมาให้สาย หนีแถว หรือไม่ก็โดดเรียนวิชาแรกแม้จะรู้ว่าถึงอย่างไรก็ไม่อาจหนีพ้นทัณฑกรรมตามแบบฉบบับของกระทรวงฯ หรือของโรงเรียนไปได้แต่พวกเขาก็อยากลองเสี่ยงดู    เมื่อถึงเวลาร้องเพลงชาติเด็กบางคนก็เปล่งเสียงร้อง บ้างก็ทำแค่เสียงงึมงำในลำคอในท่วงทำนองอันเคยชินแบบที่อยากให้มันเสร็จๆ ไป   เสร็จจากกิจกรรมทุกอย่างก็เป็นคิวของครูเวรขึ้นอบรมสั่งสอนอย่างยาวนานเท่าที่ครูคนนั้นจะรู้สึกสาแก่ใจ  โดยที่ไม่เคยนึกถึงเด็กๆ สักนิดว่าจะมีสักคนที่ยืนฟังด้วยความซาบซึ้งพึงใจ  นี่หรือที่เราเรียนว่าการปลูกฝังความรักชาติ  กระทรวงศึกษาธิการหรือโรงเรียนทำได้แค่นี้หรือ  ครูกลัวกฎระเบียบอันคร่ำครึเสียจนไม่รู้ว่าจะทำให้ดีกว่านี่ได้อย่างไรเชียวหรือ  เราไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่าวิธีแบบนี้ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่ 
อาจจะยากถ้าจะยุบกระทรวงฯ เสีย

แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะเปลี่ยน  โดยตั้งเจตนารมณ์ให้ชัดและจริงว่าเราจะได้ฉกฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนได้มารวมตัวกันเพื่อทำให้เกิดสิ่งใด    เปลี่ยนที่เข้าแถวให้สบายขึ้นถ้าเป็นไปไม่ได้ก็ปรับระยะเวลาให้สั้นลง  เปลี่ยนบรรยากาศตอนทำกิจกรรมระหว่างครูกับเด็กให้เป็นมิตรมากขึ้น  ปรับกิจกรรมให้มีความหมาย   ประเมินดูด้วยใจทั้งใจเด็กใจครูอยู่เนืองๆ   
เท่านี้ ทั้งเด็กๆ และครู ก็ได้รับการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีๆ

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โลกภายนอกสะเทือนใน


วันนี้ได้รับemail จากคนที่ไม่เคยรู้จัก  ในจดหมายเธอฟูมฟายขอร้องว่าเธอไปสัมมนาที่ไซปรัชแล้วทำกระเป๋าหายทั้ง ร้องขอให้ผมช่วยค่าห้องค่าเสื้อผ้าสารพัดโดยบอกวิธีจ่ายเสร็จสรรพ   โอ้หนอ! ผมอดรำพึงรำพันไม่ได้   ทำไมเธอจึงขอมาที่ผมซึ่งอยู่ห่างไกลกันแสนไกล  ถ้าผมไม่ให้จะกลายเป็นคนใจดำไปไหมนี่  หรือเธอต้องการผลักผมไปในเขตแดนของคนบาปเพื่อจะได้มองตนเองอย่างต่ำค่า  แล้วเรื่องนี้จะแยกแยะจริงเท็จอย่างไร  ถ้ามันปรากฏว่าเป็นเรื่องลวงโลกอยู่ทนโธ่ทำไม่เธอยังทำ  หรือ ธรรมชาติของสัตว์สมองโตถูกสร้างให้ทำเรื่องลวงโลกอยู่แล้วไม่มากก็น้อยทั้งแบบปิดบังและแบบเปิดเผย  นี่อาจจะเป็นปรากฏการณ์เล็กๆ ที่เกิดมาพร้อมกับการเชื่อมถึงกับของโลกโดย ICT แต่ก็สะท้อนชัดว่าขณะที่เราเข้าถึงข้อมูลของกันและกันมากขึ้นก็เป็นไปได้ว่าเรามีโอกาสที่ได้ช่วยเหลือกันมากขึ้น พอๆ กับมีโอกาสที่จะได้ทำร้ายกันมากขึ้น โลกภายนอกกลายเป็นกงล้อใหญ่ที่หมุนเกลียวรัดแน่นวุ่นวายมากขึ้นทุกที ทุกคนเจะถูกลากข้าไปในที่สุด และ มันจะรบกวนโลกภายในของแต่ละคน หล่อหลอมโลกภายในของคนให้เป็นแบบใหม่

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กล่าวขอโทษเพื่อปลด “พันธนาการ”



ตื่นแต่เช้าราวตีสี่เช่นเคย เปิด facebook เจอข้อความจากครูคนหนึ่งที่ส่งมาหา  ซึ่งครูคนนี้เคยเป็นครูที่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาราว 7- 8 ปีก่อน
“คิดถึงครูมากครับ ไม่รู้จำผมได้หรือเปล่า ผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของลำปลายมาศพัฒนา  ครั้งหนึ่งที่เคยตัดสินใจทิ้งทุกคนไปเพียงเพราะความน้อยใจและอวดเก่ง ผมได้ละทิ้งความฝันของตนเองและละทิ้งเด็ก เพราะความคิดวูบเดียว  จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ผมต้องย้ำคิดให้ดีก่อนทำอะไรทั้งเป็นเครื่องเตือนสติในการทำงานเสมอมา โดยได้ครูเป็นแบบอย่างทั้งการกระทำและความคิด ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และอยากกราบขอโทษครูทั้งกาย วาจา อยากให้ครูรักษาสุขภาพเพื่อเป็นที่รักของเราตลอดไป”
น่าทึ่งที่ผ่านไปเจ็ดปีแล้ว แต่เขากลับไม่ลืมกับความรู้สึกเสียใจครั้งกระโน้น  แต่ผมก็รู้สึกดีมากที่เขาได้ปลกปล่อยโซ่ตรวนที่พันธนาการใจไว้  ทันทีที่เรากล่าวคำขอโทษใจเราจะเป็นอิสระ
“ขอโทษ” เราถูกสอนให้พูดออกมาง่ายๆ เมื่อตอนเป็นเด็กจนมันเป็นแค่คำดาษดื่นธรรมดาๆ   แต่เมื่อโตขึ้นทำไมมันจึงเอ่ยออกมายากจัง คนส่วนใหญ่ที่โกรธเคืองกันอยู่ก็เพราะยังไม่มีใครกล่าวขอโทษ  บางทีจุดเริ่มต้นของความขัดเคืองกันนั้นเพียงเล็กน้อยแต่มันสะสมหนักแน่นให้เน่าเสียรุนแรงขึ้น เพียงแค่แต่ละฝ่ายรอการขอโทษ แต่ละคนแต่ละฝ่ายอาจจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกบนฐานความคิดของตนเองจึงคิดว่าไม่ใช่ธุระที่จะไปกล่าวขอโทษก่อน  อีกอย่างขณะที่เราค่อยๆ เติบโตขึ้นเราก็ค่อยๆ สะสมความเป็นตัวตนชัดเจนขึ้นใหญ่ขึ้น จนรู้สึกได้ว่าตนเองเป็นก้อนอิสระ สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองไม่ต้องง้อใคร ไม่ต้องพึ่งพาใคร อันตัวเราใหญ่นี้ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดก็ทำให้ใจปิด การกล่าวคำขอโทษก็ยากตามมา
ไม่มีวันสายสำหรับการกล่าวคำขอโทษ 7 ปีก็ไม่ได้ช้าไปกับการเติบโตทางจิตวิญาณสู่จิตใหญ่อันนอบน้อม จิตใหญ่อันอิสระจะเปิดรับสิ่งดีงามทั้งมวล
ผมมีเหตุการณ์ที่ยังไม่ได้กล่าวคำขอโทษเช่นกัน แม้มันจะผ่านมาแล้วกว่าสิบปี หรือ บางเรื่องก็กว่ายี่สิบปี  จึงเป็นเวลาอันควรที่จะกล่าวขอโทษเพื่อปลด “พันธนาการ”

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สิ่งมีชีวิต ไม่เคยมีวันหยุด



วันหยุดแห่งชาติ
ใครหนอเป็นผู้กำหนดให้วันเสาร์และอาทิตย์เป็นวันหยุดของมนุษย์โลก   ทำไมไม่ให้เป็นวันพุธหรือวันอาทิตย์   นี่เป็นข้อตกลงของใครกันทำไมยังต้องทำตามๆ กันไป   ถ้าจะกำหนดให้มีวันทำงานสักสามวันแล้วหยุดสี่วันจะดีกว่าเดิมไหม?   
มนุษย์โลกเริ่มมีการกำหนดให้มีวันทั้งเจ็ดขึ้นเมื่อไหร่และทำไมจึงต้องมีเจ็ดวัน   ก่อนหน้าที่จะมีวันทั้งเจ็ดมนุษย์โลกกำหนดให้มีวันหยุดกันอย่างไร    ทำไมแต่ละประเทศจึงมีวันหยุดไม่เหมือนกัน  แล้วทำไมประเทศไทยจึงใช้วันสำคัญทางศาสนาพุธเป็นวันหยุดประจำชาติด้วยทั้งที่ศาสนาอื่นๆ ก็มี  และ ทำไมประเทศไทยจึงให้หยุดทั้งปีใหม่สากลและปีใหม่ของไทย  
ทำไมต้องมีวันหยุดหรือหยุดไปเพื่ออะไร  หรือว่าวันหยุดเป็นงานของข้าราชการ  องค์กรเอกชนต่างๆ ติดต่องานไม่ได้ก็เลยต้องหยุด   ทำไมหลายอาชีพกลับมีวันหยุดที่ไม่แน่นอน  บางอาชีพไม่มีวันหยุด  และบางอาชีพกลับต้องทำงานในวันที่คนส่วนใหญ่หยุด 
ทำไมบางคนทำงานเพื่อรอวันหยุดหรือโหยหาแต่วันหยุด  ขณะที่บางคนใช้วันหยุดเพื่อเตรียมวันทำงาน  ส่วนบางคนทำงานไม่เคยมีวันหยุด  วันหยุดของบางคนกลับเป็นวันที่ยุ่งและวุ่นวายที่สุด  บางคนใช้เวลาวันหยุดเพื่อทำงานอื่นเสริมรายได้แต่บางคนก็ทำอะไรบางอย่างไปเพื่อฆ่าเวลา   บางคนก็ใช้วันหยุดโดยไม่ทำอะไรเลยแต่อีกบางคนกลับใช้วันหยุดเพื่อสะสางงานที่มีจนล้นมือในวันปกติ 
สิ่งที่กำหนดห้วงเวลาของมนุษย์นั้นน่าจะมาจากการผ่านความมืดความสว่าง การผ่านฤดูกาลมาอย่างยาวนานจนฝังชิฟไว้ในยีนที่คอยกำหนดเวลาของร่างกาย  อย่างเช่นห้วงเวลาของการบีบและคลายของหัวใจ  การพองและแฟบของบอดเพื่อหายใจ  ระยะของความอิ่มและความหิว  ระยะของการใช้กล้ามเนื้อด้วยความตื่นตัวกับระยะพักฟื้น   ระยะของการปวดอึ   ระยะของการง่วงหลับ  แต่ทั้งหมดควรจะเรียกว่าการทำงานของร่างกายเพื่อให้ร่างกายนั้นยังเป็นสิ่งที่มีชีวิต    จริงๆ แล้วสิ่งมีชีวิตไม่เคยมีวันหยุด

วันอังคารที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ให้การโต้ตอบเป็นศิลปะขั้นสูง


พฤติกรรมที่เด็กแสดงออกมาทั้งต่อหน้าและลับหลังส่วนใหญ่จะเป็นไปเพื่อเรียกหาความสนใจ เป็นการตอบสนองจากสัญชาตญาณแบบไม่ต้องคิด  เพราะเจตจำนงในการมีชีวิตอยู่อย่างหนึ่งคือความต้องการเอาใจใส่ดูแลจากคนอื่น  การได้รับความสนใจก็เป็นที่มาของความใส่ใจ และการใส่ใจก็หมายถึงการสัมผัสได้ถึงการถูกรักในชั้นที่ลึกลงไป  ในการเรียกหาความสนใจเด็กอาจจะแสดงกริยาออกมาทางด้านลบหรือไม่ก็ทางด้านบวก   อาจเป็นแบบเชิงรุกหรือแบบการถอยหนี   หรือเป็นลักษณะการทำร้ายคนอื่นหรือไม่ก็เป็นการทำร้ายตนเอง   
นั่นคือเด็กคนที่แสดงอารมณ์ก้าวร้าวต่อเพื่อนหรือต่อครูก็ล้วนแต่มีเบื้องลึกที่ต้องการความรักความใส่ใจที่ไม่ต่างกับเด็กคนที่เรียบร้อย สงบเสงี่ยมและเชื่อฟัง  เด็กคนที่แกล้งเพื่อนหรือทำลายสื่งของของเพื่อนก็มีความต้องการเบื้องลึกไม่ต่างจากเด็กคนที่แสดงออกถึงความนอบน้อมและมีน้ำใจ   เด็กคนที่เข้ามาอยู่ใกล้ชิดช่วยเหลืองานครูก็เช่นเดียวกันกับเด็กคนที่หลบอยู่มุมห้องและพยายามยัดอะไรต่อมิอะไรเข้าหูเข้าจมูกตนเอง  เด็กคนที่ตั้งใจเรียนและมีความรับผิดชอบสูงกับเด็กคนที่ไม่ใส่ใจเรียนเลยในเบื้องลึกก็ต้องการการตอบสนองของความรักความใส่ใจ  แต่ครูจะแสดงออกอย่างไรล่ะกับพฤติการณ์ที่ต้องการสิ่งเดียวกันแต่แสดงออกคนละขั้ว
ครูต้องอาศัยทั้งวุฒิภาวะและศิลปะ  วุฒิภาวะของความเข้าใจเป็นความเมตตา  ความปรารถนาที่จะยกระดับวุฒิภาวะของเด็ก(กรุณา) และ ต้องใช้ศิลปะอย่างสูงในการโต้ตอบ  เพราะการเพิกเฉยต่อพฤติกรรมด้านลบก็อาจทำให้เมล็ดพันธุ์ของการแสดงออกของอารมณ์ทางด้านลบนั้นเติบโต เด็กจะแสดงพฤติกรรมนั้นออกมาโดยเข้าใจว่าเป็นสิ่งถูก   แต่การพยายามเข้าไปแก้ไขทุกเรื่องเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี เด็กอาจจะรู้สึกถึงการคุกคาม และการรู้สึกว่าไม่มีพื้นที่ส่วนตัวให้งอกงามเอง
ต้องให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยว่าไม่มีใครได้อะไรทุกอย่างที่ต้องการ และไม่มีใครเสียอะไรที่มีอยู่ไปทั้งหมด แม้แต่ ความรักความเอาใจใส่ก็เป็นเช่นเดียวกัน

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

PBL อย่างโรงเรียนนอกกะลา


วิเชียร ไชยบัง ครูใหญ่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาสะท้อนหลักคิดการจัดการเรียนรู้ PBL

· การจัดการเรียนการสอนแบบ Problem Based Learning (PBL)
การสอนวิธีนี้ค่อนข้างท้าทาย ขบถคิดเพราะใครจะเชื่อว่าการศึกษาจากนี้ต่อไปจะต้องเน้นทักษะซึ่งไม่เหมือนเดิม เพราะโลกมันแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ปีหน้าจะมีเด็กจำนวนหนึ่งถึงหลายล้านคน จะต้องใช้วัสดุหนึ่งในการเรียน เราเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ เราต่างหากที่มีทักษะไม่เท่าทันที่จะอำนวยการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นเรื่องท้าทายมาก  ตัว Problem Based Learning เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดของแต่ละโรงเรียน มันคือรูปแบบของการเรียนรู้ที่จะพัฒนาทักษะใหม่ซึ่งจำเป็นในอนาคต เป็นขบถความคิดให้เราเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนไปจากเดิม ครูหลายคนบอกว่า เหลือเชื่อ ไม่อยากเชื่อ ผมเองก็ยังเชื่อการสอนแบบเดิมอยู่แต่ถึงนาทีนี้เราต้องค่อยๆ ทำใจยอมรับ มิฉะนั้นเราจะให้สิ่งบางสิ่งบางอย่างแก่เด็กที่ไม่เท่าทันกับโลกที่มันแปรเปลี่ยนไป
·  คำถาม .วิเชียรสร้างนวัตกรรม PBL ขึ้นมาอย่างไร 
เป็นเราครูทุกคน ที่สร้างนวัตกรรมนี้ขึ้นมา  นวัตกรรมเกิดจากการทำงานจริงแล้วมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งกระบวนการสร้างนวัตกรรมหรือกระบวนการพัฒนาคนต้องใช้เครื่องมือแบบนี้ มีศัพท์ใหม่เรียกว่า Professional Learning Communities (PLC) ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินแล้ว การทำงานของลำปลายมาศพัฒนามีพัฒนาการ เริ่มครั้งสิบปีที่แล้วเราใช้ พ...ปฏิรูปการศึกษาโดยมีบูรณาการเป็น Brain Set ตั้งแต่ต้น คิดว่าใช้อะไรดีที่จะเชื่อมต่อชุดความรู้เข้าเป็นเรื่องเดียวกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ระหว่างคนไปเก็บดอกไม้ใส่ตะกร้าแล้วหิ้วมากับเก็บดอกไม้แล้วเอาด้ายมาร้อยเป็นพวง สองอย่างนี้ อย่างหลังเป็นการบูรณาการ  บางทีคนเข้าใจบูรณาการผิดนิดเดียวว่าเอาความรู้หลายๆ แบบมาวางกองรวมกันแบบเก็บดอกไม้ใส่ตะกร้า มันเป็นบูรณาการไม่ได้ เพราะมันไม่มีจุดเชื่อม ร้อยเรียงแล้วเชื่อมโยงกันเพื่อตอบโจทย์อะไรสักอย่าง  ดังนั้นการบูรณาการในปีแรกเราใช้ Story line ในการร้อยความรู้ ทำปีแรกล้มเหลวไม่เป็นท่า  เด็กมีอารมณ์ร่วมดีมากและเรื่องราวสนุกมาก แต่เด็กเข้าสู่หัวใจของเนื้อหาไม่ได้  การมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องราวแต่ไปไม่ถึงหัวใจ  ผมยกตัวอย่างบทเรียนของครูของผมคนหนึ่งเป็นครูใหม่อยากจัดกิจกรรมให้น่าสนใจ ใช้ angry bird เพื่อชูโรงเข้าสู่เนื้อหา แต่ปรากฏว่าทั้งชั่วโมงเด็กติดแต่ angry bird แต่เข้าสู่เนื้อหาไม่ได้ ก็จะเป็นประมาณนี้ในปีแรก  เมื่อเรารู้ข้อบกพร่องแล้วเราเปลี่ยนทันที ปีนี้ใช่แต่ปีหน้าอาจไม่ใช่ก็ได้ อาจมีสิ่งที่ใช่กว่า เพราะฉะนั้น ปีที่สองเราจึงนำบูรณาการเติมใส่กับ PBL แต่เป็น Project Based เอาโครงงานเข้ามาจับแล้วร้อยเนื้อหาทั้งหมดใส่เข้าไป รู้สึกว่าทำได้ดี เพราะทำให้เด็กได้ลงมือทำ เพราะหัวใจของ Project Based คือ Learning by Doingแต่ก็ยังไม่พอใจ ปีที่สามเราจึงใส่เรื่องการคิดเข้าไป  เพราะเรารู้สึกว่ามาตรฐานที่ 4 กำลังมาแรง เราใส่ทุกหน่วยการเรียนและทุกแผนการสอน ยิ่งดีขึ้น  เราเห็นผลงานที่เกิดขึ้นจากการคิด แล้วคิดเป็นระดับด้วยเราก็พอใจระดับหนึ่ง พอปีที่ 4 เราไปเจอเรื่องหนึ่ง ตอนนั้น Backward Design ยังไม่มา สิ่งที่เราพบคือ สิ่งที่เราสอนไปทั้งหมดนั้นเด็กได้เรียนรู้และเพียงแค่รู้เท่านั้น รู้เยอะแยะเลย แต่เข้าไม่ถึงหัวใจของความเข้าใจ  ปีที่สี่เราทำงานหนักมากเลยเพื่อให้ครูเปลี่ยนรูปแบบของหน่วยการเรียนเพื่อเป็น Teaching for Understanding  มีหน่วยการเรียนรู้และออกแบบหน่วยการเรียนนั้นให้มีหัวใจชุดความรู้ที่มารวมกันมีหัวใจชุดหนึ่ง ซึ่งครูทุกคนต้องถึงหัวใจชุดนั้น เพราะเป็นทั้งการ บูรณาการด้วยและเป็นการสอนเพื่อความเข้าใจด้วย พอพัฒนามาถึงตรงนี้เราพบว่า การทำแบบ Project Based ก็จริงทำแบบเติมความคิดให้ไปสู่ความเข้าใจก็จริง แต่มันจะกำหนดตายตัวเลยไม่ได้ เพราะปัญหาใหม่ที่มันเข้ามาปะทะเด็กมันเปลี่ยนตลอด ใช้หน่วยการเรียนรู้เดิมไม่ได้ มันไม่ได้ผล หน่วยนี้ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันจึงพัฒนาจากตรงนี้ไปเป็น Problem Based Learning และเราก็เห็นว่าพอใช้ Problem  Based Learning เด็กจะมีอารมณ์ร่วมในปัญหา เพราะมันเกี่ยวข้องกับฉัน ฉันต้องแก้ปัญหาให้ได้ แล้วในการแก้ปัญหาก็ต้องใช้นวัตกรรม และในการสร้างนวัตกรรมมันก็ต้องใช้ทักษะ แบบ Multiple เป็นทักษะที่หลากหลาย และความรู้ที่หลากหลาย จึงจะสร้างนวัตกรรมได้ และจะต้องบูรณาการคนด้วย สร้างเป็นวงจรได้ แล้วมันก็จะเกิดทักษะอื่นย่อยๆ ตามมา เป็นการตอบคำถามทั้งหมดว่า PBL ที่ลำปลายมาศพัฒนามันมีที่มาที่ไปอย่างไร และทั้งหมดเราสร้างมันขึ้นมา เวลาทำงาน ใครทำได้ ใครเจออะไร อะไรใช่หรือไม่ใช่ เราขมวดด้วยกัน เราต้องความเข้าใจทั้งหมดด้วยกัน
·  คำถาม เราจะทราบได้อย่างไรว่าจัดการเรียนการสอนแล้วจะได้ครบมาตรฐานตามหลักสูตร       
จุดนี้เป็นหน้าที่ครูที่ต้องทำงานมากขึ้น สมมติเด็กอยากเรียนรู้อะไรก็ตาม ครูจะต้องมองว่าสิ่งที่เขาอยากเรียนรู้นั้นมันจะต้องประกอบไปด้วยชุดความรู้อะไรบ้าง มีเยอะขนาดไหน เอาชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องเหล่านี้มาดูก่อนแล้วค่อยมาไล่เรียงว่าชุดความรู้นี้มันอยู่ในมาตรฐานไหน ตัวชี้วัดใด ทุกวิชาก็จะเจอชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น เมื่อเจอแล้วก็ต้องออกแบบว่าเด็กจะสร้างหรือมีชิ้นงานหรือภาระงานอะไรบ้าง แล้วก็ต้องคิดเอาไว้ก่อนว่าชิ้นงานหรือภาระงานนั้นมันไปเกี่ยวข้องกับคุณลักษณะตามมาตรฐานเดิม และตัวชี้วัดตัวใด
·  คำถาม เป็นไปได้ไหมที่การสอนแบบ PBL ทำให้เด็กหลุดมาตรฐานไปบางตัว”   
แน่ นอนเป็นไปได้ แต่เราทำหลายโปรเจ็กค์ ไม่ใช่หนึ่งปีมีโปรเจ็กค์เดียว  บางมาตรฐานถูกประเมิน ทำซ้ำๆ ด้วยชิ้นงานหลายชิ้นหลายอันด้วยกัน  การออกแบบการเรียนรู้ทีมครูสำคัญมาก  การพัฒนาครูจึงสำคัญที่สุดและเรา(ลำปลายมาศพัฒนา)จึงพัฒนากระบวนการพัฒนา ครูที่นี่ขึ้นมาเพื่อให้มั่นใจว่าครูจะถึงพร้อมทั้งความรู้ความเข้าใจ ความสามารถในเชิงทักษะ และความสามารถในเชิงจิตวิญญาณ
·  คำถาม บทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร ทำอย่างไร
เอื้ออำนวยด้วยการบริหาร ผู้บริหารโรงเรียนในฐานะผู้นำจำเป็นต้องเป็นผู้ชี้ทางให้ถูก ไม่ต้องบริหารเก่งก็ได้ แต่ต้องชี้ทางให้ถูก หากเราชี้ทางผิดไปองศาเดียว ปลายทางนั้น ผลของมันนั้นห่างกันเป็นร้อยกิโลฯ เลย เรื่องนี้พูดง่าย แต่ทำยากนะครับ  เพราะต้องใช้ทักษะการสร้างภาพในสมองขั้นสูง


วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

32 ครั้ง คือพลังชีวิต


เรื่องเล็กๆ ที่ผู้คนอาจมองข้ามอย่าง "การเคี้ยวอาหาร" กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ และส่งผลดีต่อสุขภาพหลายประการ

      เคี้ยวให้ถูก-เคี้ยวให้เป็น...ไม่ใช่แค่เคี้ยวๆ กลืน!



ทางโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการเคี้ยวอาหาร จึงได้กำหนดเรื่องของการเคี้ยวอาหาร เป็นหนึ่งใน "สุขวาระ อาหาร 2555"  ดังนี้


32 ครั้งคือพลังชีวิต

“อยู่กับตนเองอย่างแท้จริง ด้วยการเคี้ยวอาหาร 32 ครั้ง ต่อคำ”

ฝึกฝนสมาธิ  จิตสงบ  กระตุ้นพลังสมอง  ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี  เหงือกแข็งแรง  ช่วยให้กินอาหารได้ปริมาณพอดี ฯลฯ

จึงเชิญชวน "เคี้ยวอาหาร" ให้ถูก ให้เป็น เพื่อการมีสุขภาพที่ดี