ติดตามเรื่องราว

..เรียนรู้ จากความยาก..-
บางทีการทำให้เส้นทางสู่ความจริงคดเคี้ยวมากขึ้นสักหน่อยเพื่อให้เกิดระทางที่ยาวไกลขึ้นอาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับชีวิตที่ต้องการเวลากับการค้นหาความหมาย นั่นล่ะ -PBL




วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อนาคตของสิงคโปร์

อนาคตของสิงคโปร์
"เราไม่ใช่แหล่งช็อปปิ้งของแบรนด์เนมแล้ว การซื้อขายในตลาดโลกเปลี่ยนไป ไม่มีใครหยิบยื่นงานให้เราเหมือนก่อน เราจึงต้องสร้างคนเพื่อออกไปหางานเข้ามาสู่ประเทศ ใช้ภาษาอังกฤษอย่างดี มีความสามารถในการคิด และ การจัดการแบบใหม่" Tan Seiw Tiang, East Coast Primary School
แต่ถึงยังไงผมก็เห็นเขาสร้างแหล่งช็อปปิ้ง ที่ออกแบบแปลกใหม่ ดึงดูดสายตา อยู่ทุกมุมเมือง น่าชื่นชมตรงที่ความเป็นCreative สูงในพื้นที่อันจำกัดของเขา
อาคาร “มารีนา เบย์ แซนด์ส” เป็นผลงานการออกแบบของนายโมเช่ ซาฟดี้ (Moshe Safdie) สถาปนิกชื่อดังระดับโลก  พื้นที่ในส่วน “เดอะ แซนด์ส สกาย ปาร์ค” บนยอดตึกชั้น 55  ได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงคล้ายเรือ โดยทอดตัวโค้งเป็นแนวยาว 340 เมตร บนความสูง 200 เมตรเหนืออาคารทั้ง 3 ของรีสอร์ท  บริเวณดังกล่าวมีความยาวมากกว่า (ความสูงของ) หอไอเฟล หรือเทียบเท่ากับเครื่องบินจำโบ้เจ็ท “A380″ ลำใหญ่ยักษ์จอดเรียงกันถึง 4 ลำครึ่ง และมีพื้นที่มากถึง 12,400 ตร.ม. (ประมาณ 3 สนามฟุตบอล) จึงสามารถรองรับแขกได้ถึง 3,900 คน




การเรียนรู้ที่แท้จริงเกิดขึ้นโดยตัวผู้เรียนเอง
ครู ตำรา แบบฝึกหัดเป็นเพียงสิ่งแวดล้อมของการเรียนรู้
สิ้นสุดการสอนแต่ละชั่วโมง ครูSingapore จะใช้ 5นาทีสุดท้ายให้เด็ก ทำ Learning Log หรือ Reflection Sheets


เช้าวันอาทิตย์ที่ต้องแลกมา

วันที่ 5 เมษายน 2558
เช้าวันอาทิตย์ที่ต้องแลกมา
ผมตื่นแต่เช้ามากในห้องคับแคบ ของโรงแรมไร้ดาว ก็ในพื้นที่อันจำกัดของสิงคโปร์เราเลือกอะไรไม่ได้มากนัก ก็เรามักเลือกใช้คำว่า "ต้องอดทน". แทนคำว่า "จำยอม" ห้องพักคับแคบจนการอ่านหรือการเขียนของผมมันติดตันไปหมด
ผมออกมาเดินตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่ ลัดเลาะไปหลายถนนกะจะเก็บสะสมจำนวนก้าวไว้ตั้งแต่เข้าเพื่อวันนี้จะได้ถึง หมื่นก้าว แต่ความตั้งใจเบื้องหลังหวังไว้ด้วยว่าจะเจอร้านกาแฟยามเช้าสักร้าน ข้อหลังนี้ยากจริง
ถนนยามเช้าวันอาทิตย์ร้างผู้คน ผมย่ำเดินวกไปเวียนมา จนในที่สุดก็เจอร้านเล็กๆ ตรงหัวมุมถนน Liang Seah St. สอบถามได้ความว่ามีกาแฟแบบโบราณแต่เสริฟพร้อมชุดอาหารเช้า อันมีขนมปังและไข่ลวกสองฟอง ราคาราว 90 บาท ผมถือว่าราคาถูกมากกับประเทศที่แทบทุกอย่างต้องนำเข้าแม้แต่น้ำล้างส้วม ผลิตอะไรไม่ได้เลยนอกจากคน จึงเป็นเหตุผลที่เราควรมาดูการผลิตคน อาจเอาไว้เป็นบทเรียนเท่านั้นไม่ควรหมายว่าต้องเลียนแบบ
อาหารเช้าดังภาพ ผมไม่ได้กินเพราะความหิวแต่กินเพราะอยากลองลิ้มรสดู เพื่อจะได้ซื้อเวลาสำหรับการครุ่นคิด
ขณะที่นั่งกินไป ครุ่นคิดอย่างเพลิดเพลินให้ทะเลแห่งความคิด นกพิราบตัวหนึ่งก็โฉบบินลงมาจิกกินเศษขนมปังที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านที่มา วางเอาไว้ข้างๆ ร้าน มันคงหิว หรืออาจลูกของมันเองก็คงหิว แต่อนิจจายังไม่ได้จิกกินเศษขนมปังเพื่อชะโลมความหิวเลยแม้เพียงชิ้น. แต่เธอก็ต้องตะลึงลานเพราะแผ่นรองขนมปังนั้นติดกาว และกาวก็ติดปีกเธอ เธอแตกตื่น รนรานดิ้นหนี้จากกับดัก แต่ยิ่งดิ้นยิ่งติดแน่น ยิ่งดิ้นยิ่งอ่อนล้า ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บปวด ในที่สุดเธอก็หลุดรอดไปได้และกระเสือกกระสนคลานเข้าไปซบในพุ่มไม้ แต่ด้วยที่กาวได้ติดปีกข้างหนึ่งกับขาอีกข้างหนึ่งของเธอเอาไว้ ผมจึงแน่ใจว่าเธอจะบินไม่ได้อีกและในที่สุดคงตกตายไปดั่งใบไม้ใบหนึ่งที่ ร่วงหล่นลงบนถนน Liang Seah St.
ผมนึกสงสัยว่าเพื่อบางอย่างเราต้องแลกด้วยบางอย่างเสมอหรือ



ความเหมือนกัน กับ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน นั้นไม่เหมือนกัน

ความเหมือนกัน กับ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน นั้นไม่เหมือนกัน
ต้นเดือนเมษายนผมพาครูน้องๆไปดูงานการพัฒนาการสอนคณิตศาสตร์ ได้พูดคุยกับผู้บริหารที่ร่วมอยู่กับการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของประเทศมานาน. เขาเล่าอย่างภูมิใจว่าสิงคโปร์เพิ่งเป็นประเทศอิสระมาได้เพียง50ปีแต่เขา กลายเป็นอันดับต้นๆของการศึกษาที่มีคุณภาพ แน่นอนล่ะว่าเขาให้ความสำคัญกับคุณภาพครู. มีระบบการพัฒนาครูอย่างเข้มข้นทั้งเชิงเนื้อหาและเชิงเทคนิค เขามองช็อตต่อไปว่าครูของเขาจะกลายเป็นทรัพยาการทางการศึกษาที่โลกต้องการ (อย่าลืมว่าสิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรอะไรนอก จากคน)คล้ายจะบอกว่านี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของประเทศ. เขาไปไกลถึงจะสร้างครูที่มีคุณภาพระดับโลกแล้ว ไม่สาละวนอยู่กับโครงสร้างและอำนาจอย่างการศึกษาไทย
ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ถูกแย่งชิงในฐานะเป็นเมืองท่าที่เป็นจุดเชื่อมต่อทางการ ค้าของสองซีกโลกเท่านั้น. ธรรมชาติบนเกาะจึงถูกไล่ต้อนและถูกทับถมด้วยตึกรามทุกกระเบียดนิ้ว. ด้วยที่เป็นเมืองท่าเมืองผ่านจึงมีผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์เข้ามาอาศัย
ความเป็นอัตลักษณ์ความเป็นสิงคโปร์จริงๆ ไม่มี ทุกเผ่าพันธุ์ยังเป็นตัวเอง ทั้งจีน อินเดีย และมาเลย์ บนข้อจำกัดของความแตกต่าง แต่สิงคโปร์ก็สร้างชาติขึ้นมาได้ด้วยที่มีผู้นำที่เก่ง กล้าหาญ และซื่อสัตย์. การสร้างชาติจากความแตกต่างหลากหลายให้กลายเป็นความเป็นหนึ่งเดียวต้องอาศัย ความมานะอย่างยิ่ง
_เมื่อสิบปีก่อนเวลาเราขึ้นโดยสารMRT เราก็จะได้ยินประกาศเป็น4ภาษาเสมอทั้งอังกฤษ จีนกลาง มาลายู และทมิฬ แต่ปัจจุบันเสียงประกาศเป็นภาษาเดียวคืออังกฤษ เห็นได้ชัดว่าประชากรสามารถใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางได้ดีขึ้นแบบเห็นได้ ชัดจริงๆ
แน่นอนล่ะว่าหลักสูตรของกระทรวงก็ให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาแม่มากกว่า ภาษาอังกฤษซึ่งราว13คาบ/สัปดาห์(คาบละ30นาที) ส่วนภาษาอังกฤษราว 11คาบ/สัปดาห์. เขาให้เหตุผลว่าค่านิยม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาของเผ่าพันธุ์นั้นๆ มีคุณค่าต่อการดำรงอยู่ของกลุ่ม จึงควรส่งต่อด้วยภาษาของตนเอง.
เขาไม่ได้ต้องการให้คนในชาติซึ่งมีเพียง5.5ล้านคนบนเกาะเล็กๆ ต้องเหมือนกัน. เขาให้แตกต่างและเห็นคุณค่าของความหลากหลาย แต่ให้ความสำคัญของความเป็นหนึ่งเดียวกัน คือการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน อย่างสงบ สันติ เพื่อความมีเสถียรภาพของประเทศและของทุกคน



ภาพคนยื้อแย่งกันขึ้น. MRT. ระบบที่มีมายาวนานมากว่า30ปี ที่ทำให้ประชาชนเริ่มหวาดหวั่นต่อความเก่าแก่ของมัน กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายอย่างที่กระเช่าลอยไฟ้ลุกไหม้คลอกคนโดยสารตายทั้งหมด
แต่การซื้อรถนั้นลำบากมากนอกจากต้องจ่ายค่าซื้อรถเองแล้วยังต้องจ่ายค่าใบอนุญาตซื้อรถอีกราว 80,000S$ ราว2ล้านบาท มอร์เตอร์ไซค์ 5,800 S$. ครั้งหลังสุดพบว่ามีรถมอร์เตอร์ไซค์บทท้องถนนมากขึ้นกว่าก่อนมาก

ชายทุกคนเป็นทหาร2ปี

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2558

(ดูงานสิงคโปร์ 1)
เช้าวันอาทิตย์ที่ต้องแลกมา

ผมตื่นแต่เช้ามากในห้องคับแคบ ของโรงแรมไร้ดาว ก็ในพื้นที่อันจำกัดของสิงคโปร์เราเลือกอะไรไม่ได้มากนักเราจึงควรเลือกที่จะใช้คำว่า  "ต้องอดทน"  แทนคำว่า "จำยอม"    ห้องพักคับแคบจนการอ่านหรือการเขียนของผมมันติดตันไปหมด
ผมออกมาเดินตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่ ลัดเลาะไปหลายถนนกะจะเก็บสะสมจำนวนก้าวไว้ตั้งแต่เข้าเพื่อวันนี้จะได้ถึงหมื่นก้าว แต่ความตั้งใจเบื้องหลังหวังไว้ด้วยว่าจะเจอร้านกาแฟยามเช้าสักร้าน ข้อหลังนี้ยากจริง
ถนนยามเช้าวันอาทิตย์ร้างผู้คน ผมย่ำเดินวกไปเวียนมาจนในที่สุดก็เจอร้านเล็กๆ ตรงหัวมุมถนน Liang Seah St. สอบถามได้ความว่ามีกาแฟแบบโบราณแต่เสริฟพร้อมชุดอาหารเช้า อันมีขนมปังและไข่ลวกสองฟอง ราคาราว 90 บาท  ผมถือว่าราคาถูกมากกับประเทศที่แทบทุกอย่างต้องนำเข้าแม้แต่น้ำล้างส้วม ผลิตอะไรไม่ได้เลยนอกจากคน  จึงเป็นเหตุผลที่เราควรมาดูการผลิตคนซึ่งอาจเอาไว้เป็นบทเรียนเท่านั้นไม่ควรหมายว่าต้องเลียนแบบ


อาหารเช้าดังภาพ ผมไม่ได้กินเพราะความหิวแต่กินเพราะอยากลองลิ้มรสดู เพื่อจะได้ซื้อเวลาสำหรับการครุ่นคิด 
ขณะที่นั่งกินไป ครุ่นคิดอย่างเพลิดเพลินให้ทะเลแห่งความคิด นกพิราบตัวหนึ่งก็โฉบบินลงมาจิกกินเศษขนมปังที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านที่มาวางเอาไว้ข้างๆ ร้าน มันคงหิว หรืออาจลูกของมันเองก็คงหิว แต่อนิจจายังไม่ได้จิกกินเศษขนมปังเพื่อชโลมความหิวเลยแม้เพียงชิ้น. แต่เธอก็ต้องตะลึงลานเพราะแผ่นรองขนมปังนั้นติดกาว และกาวก็ติดปีกเธอ เธอแตกตื่น รนรานดิ้นหนี้จากกับดัก แต่ยิ่งดิ้นยิ่งติดแน่น ยิ่งดิ้นยิ่งอ่อนล้า ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บปวด ในที่สุดเธอก็หลุดรอดไปได้และกระเสือกกระสนคลานเข้าไปซบในพุ่มไม้ แต่ด้วยที่กาวได้ติดปีกข้างหนึ่งกับขาอีกข้างหนึ่งของเธอเอาไว้ ผมจึงแน่ใจว่าเธอจะบินไม่ได้อีกและในที่สุดคงตกตายไปดั่งใบไม้ใบหนึ่งที่ร่วงหล่นลงบนถนน Liang Seah St.

ผมนึกสงสัยว่าเพื่อบางอย่างเราต้องแลกด้วยบางอย่างเสมอหรือ
หัวมุมถนน Liang Seah St.

ถนน Liang Seah St.

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ดูงานการศึกษาฟินแลนด์หาพระแสงอะไร (ตอน 3)

ความหวาดกลัวนั่นล่ะที่ผลักดันเราตั้งแต่แรก  
ก่อนที่แรงปรารถนาจะฉุดลากมนุษย์ให้มุ่งไปข้างหน้าอย่างถูลู่ถูกัง  
ใครอยู่กับที่ก็มักถูกมองว่าด้อยพัฒนา
ความสาหัสของสภาพอกาศฟินแลนด์นั้นเกินกว่าผมจะจินตนาการออกว่าถ้าจะอยู่เป็นปีหรือทั้งชีวิตจะอยู่อย่างไร  แต่นี่อาจจะเป็นแรงผลักดันแรกๆ ที่ให้คนที่นี้ต้องเอาชนะให้ได้




วันแรกของการดูงาน ผมตื่นราวตีสามของเวลาที่นั่น ผมออกไปถ่ายรูปตอนตีสี่อากาศข้างนอกหนาวเหน็บมาก รถเก็บขยะทำงานอยู่ข้างนอกตั้งแต่ยังดึก  กลับมามือแข็งอย่างกับหิน  เรากินอาหารเช้าที่โรงแรมและออกจากโรงแรมแปดโมงสิบห้า  ตลอดเจ็ดวันที่เราอยู่ที่นั้นผมไม่มีโอกาสเห็นแสงตะวันเลยทั้งที่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนทั้งที่ดวงอาทิตย์ขึ้นราวแปดโมงครึ่งดวงอาทิตย์ตกราวบ่ายสามครึ่งด้วยมีเมฆปรกคลุมตลอดทั้งวันทั้งคืน 
วันนี้เราไปดูการจัดการศึกษาสำเด็กวัยก่อนภาคบังคับ  ฟินแลนด์ออกแบบการจัดการศึกษาสำหรับประชาชนทุกคนตั้งแต่เล็ก
-             8 เดือน – 5 ขวบ  จัดเป็นศูนย์เด็กเล็ก (Day care) ฟรี  ถ้าผู้ปกครองจะจัดเองที่บ้านรัฐก็สนับสนุนงบประมาณและสื่อ  ด้วยความเชื่อที่เป็นพื้นฐานว่า 90% ของสมองมนุษย์โตในช่วงวัยนี้   รูปแบบการจัดจะไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กให้กับพ่อแม่  แต่เป็นที่ให้เด็กได้เล่นและได้เรียนรู้ไปพร้อมกับเพื่อนๆ
-             6 ขวบ เป็นชั้น Pre-School 1 ปีก่อนเข้าเรียนระดับประถม  เหมือนกับชั้นเด็กเล็กที่ประเทศไทยเคยมีเมื่อ 20 ปีก่อน  Pre-School จะเริ่มฝึกอ่าน-เขียน  คณิตพื้นฐาน  อย่างจริงจัง  ให้เด็กได้ฝึกฝนตนเองให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตน  เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น และมีทัศนคติที่ดีต่อคนอื่น
-             7-15  ปี เป็นการศึกษาภาคบังคับคือระดับประถมถึงมัธยมต้น

Carousel Nursery  ใช้ ทฤษฎี  Reggio Emilia   เป็นเอกชนรัฐสนับสนุนผู้ปกครองจ่ายเพิ่มส่วนหนึ่ง 



เด็กๆ มีมุมฝึกประสบการณืตามที่ตนชอบ เพื่อกระตุ้นระบบสัมผัส และสร้างการเรียนรู้โดยการตั้งคำถามของครู


เด็ก 2-3 ขวบ ถูกฝึกภาษาด้วยการให้ฟังครูอ่านนิทาน

การจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กเล็กของที่นี่กับของรัฐโดยทั่วไปไม่ได้ต่างกันมาก  แต่อาจจะฟู่ฟ่าหน่อยเพราะที่นี่เป็นของเอกชนที่ผู้ปกครองจ่ายเพิ่มจากส่วนที่รัฐสนับสนุนได้ด้วย  ที่นี่ให้ความสำคัญ  กับ การสร้างบรรยากาศมากๆ  หมายถึงทั้งคุณลักษณะของความเป็นครู   ปฏิสัมพันธ์  ห้อง  มุมประสบการณ์ และ สื่อ  ครูสอนให้เด็กเล็กรู้จักตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ  บอกความรู้สึกของตนเองได้  อย่างในภาพที่มีเด็กหญิงกำลังเล่นมุมน้ำโดยครูให้ล้างของเล่นอยู่นั้น ผมถามเธอว่าขอถ่ายรูปเธอได้ไหม  เธอบอกชัดท้อยชัดคำว่า "์No, I don't like."
ครูที่บรรยายให้พวกเราฟังบอกว่า  เป้าหมายของการจัดการเรียนรู้ระดับนี้คือการที่พยายามให้เด็กได้ค้นพบตนเองว่าเขาคือใคร โดยครูทำหน้าที่เหมือนกระจกสะท้อนภาพให้เด็กๆ ประโยคเมื่อกี้ถ้าตีความดีๆ จะเกิดแนวๆ ปฏิบัติได้อีกเยอะ  เธอยังบอกว่าครูต้องเป็นแบบอย่างเพื่อให้เด็กได้เข้าใจและกาลายเป็นคนที่มี Empathy
การสอนเด็กครูต้องมีไหวพริบที่ไว  เช่น เมื่อเด็กเล็กๆ เปิดปิดสวิทไฟเล่น  แทนที่ครูจะห้าน แต่ครูกลับตั้งคำถามเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ความมืดกับสว่าง และถามเด็กว่าชอบแบบไหน? หรือ ถ้าอยากให้ห้องสว่างจะทำอย่างไร?
เด็ก เรียนรู้ผ่าน Project เล็กๆ  เช่น ไดโนเสาร์ ภูเขาไฟ  สี เป็นต้น
ครูที่นี่มีคำถามสำหรับทบทวนตัวเองซึ่งดีมากๆ ในมุมมองผม
-What should children learn?
-How do they learn?
-Which values would you like for them to learn?
-How can you tell they are learning?



ฝึกเด็กเล็กๆ ปีนหน้าผาเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่

ฝึกฝนการทำงานร่วมกับคนอื่นผ่านการเล่นสเก็ดน้ำแข็ง




วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ดูงานการศึกษาที่ฟินแลนด์ หาพระแสงอะไร? (ตอน 2)


พลันที่เราไปถึงราวบ่ายสามโมงของวันอาทิตย์ฟ้าก็มืด  ในถนนรถราดูเชื่องช้าไปกับความหนาวเย็นระดับศูนย์องศา  เป็นเมืองหลวงที่ไม่มีรถติดจริงๆ  รถราง(Tram) วิ่งร่วมถนนกับรถอื่นอย่างเอ้อระเหย แต่ผู้คนกลับเดินกันอย่างรีบเร่ง





คงมีน้อยคนนักที่ไม่รู้จัก Nokia  และ เกม Angry Bird ก็เป็นที่คลั่งไปทั่วโลกอยู่หลายปี  นั่นย่อมน่าประหลาดใจเมื่อพบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้เกิดจากประเทศที่มีประชากรเพียง 5.3 ล้านคน  พวกเขาทำได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะประชากรมีคุณภาพสูงจริงๆ 
คนฟินแลนด์ใช้ภาษาฟินิชและสวีดิช  แต่ส่วนใหญ่จะพูดได้สามภาษาเป็นอย่างน้อย ภาษาอื่นอาจเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือ เยอรมัน  จิตวิญญาณของชาวฟินแลนด์เรียกกันว่า SISU คือความมุ่งมั่นในการทำงานให้สำเร็จโดยอยู่บนฐานของความไว้วางใจต่อกัน  ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นชัดจากการจัดการศึกษาซึ่งใช้เวลาในการปฏิรูปกว่ายี่สิบปี  จนกลายเป็นระบบที่เรียบง่าย  เล็งผลที่ประสิทธิภาพแทนที่จะมุ่งรักษาโครงสร้างของระบบราชการไว้ 
รัฐบาลเป็นรัฐบาลผสมมีเสียงก่ำกึ่งและผลัดเปลี่ยนกันเป็นรัฐบาลแต่ในด้านนโยบายทางการศึกษาจะไม่เคยเปลี่ยน  คือมุ่งจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และ เท่าเทียมกัน  ไว้วางใจต่อกัน ท้องถิ่นหรือเทศบาล  เทศบาลก็จัดให้มีโรงเรียนกระจายเพื่อให้นักเรียนทุกคนสามารถเดินไปโรงเรียนได้  มีห้องเรียนที่อบอุ่น  มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเหมือนกัน  และยังต้องสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพเหมือนกัน 
โรงเรียนค่อนข้างอิสระ  ผู้บริหารไว้วางใจต่อครูเพราะทุกคนได้ผ่านกระบวนการพัฒนาอย่างมีคุณภาพมาแล้ว  ครูมีอิสระที่จะเลือกหรือผลิตหนังสือ สื่อ ตามที่เห็นสมควรโดยรัฐเป็นผู้จ่ายให้  เราจึงจะเห็นครูฟินแลนด์ใช้หนังสือของตนเอง ใช้เว็ปไซด์เพื่อการสอนของตนเอง  และกฎหมายลิขสิทธิ์ก็เข้มแข็ง เพราะรากฐานที่มาจาก SISU  ด้วย 
ฟินแลนด์ไม่มีระบบตรวจสอบโรงเรียนจากภายนอกมานานกว่า 20 ปีแล้ว  และเด็กๆ จะมีการทดสอบระดับชาติเพียงครั้งเดียวคือตอนที่จบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี (อายุ 16 ปี) และตลอดเวลาที่เรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กจนจบปริญญา  รัฐจะเป็นคนจ่ายค่าอุปกรณ์การเรียนและหนังสือให้ทุกคน  ให้อาหารกลางวัน  ให้บริการสุขภาพ แม้แต่ดัดฟันยังให้ฟรี 
การเรียนการสอนแบ่งเป็นปีละ 2 ภาคเรียน รวมทั้งปี 188 วัน  วันละ 4-6 ชั่วโมง(20-30 ชั่วโมง/สัปดาห์)  เด็กนักเรียนต่อห้อง 12-20 คน ครู 2-3 คน   บางห้องเรียนที่มีเด็กเพียงสองคน รัฐยังต้องจัดทุกอย่างให้มีคุณภาพเท่าเทียมกัน
เด็กแรกเกิดถึงหกขวบรัฐจะสนับสนุนให้มีการเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการให้อย่างดี  มีศูนย์เด็กเล็กทั้งของรัฐและของเอกชนอย่างเพียงพอ  พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกเองรัฐก็จัดงบประมาณให้  หน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนสามารถให้ลาเลี้ยงดูลูกโดยรับเงินเดือนได้เป็นปีและลาต่อได้จนลูกอายุถึงสามขวบ





 เราเข้าพักที่ Sokos Hotel กลางเมือง โรงแรมที่เกือบทุกห้องพักประดับภาพ มาริลิน มอนโร ที่กำลังเต้นรำคู่กับชายคนหนึ่ง  เจ้าของคงมีใจกับภาพนั้น
เย็นนั้นเรากินสเต็กปลาที่ร้านอาหารของโรงแรมตามคำแนะนำของไกด์ที่บอกว่าตอนนี้คือฤดูกินปลา  ปลาแซลมอนและปลาอื่นๆ ในตระกูลเดียวกันยังมีชุกชุมตามธรรมชาติ  ที่ฟินแลนด์ยังขึ้นชื่อว่ามีบึงน้ำจืดมากกว่าหมื่นแห่ง และผู้คนที่นี้ชอบกินปลาน้ำจืดมากเสียด้วย




  ที่นี่เข้มงวดมาก ห้ามขายเหล้าแก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ในร้านอาหารจะขายเฉพาะเบียร์หรือ ไซเดอร์(น้ำผลไม้ที่หมักคล้ายเบียร์มีแอลกอฮอล์3-4ดีกรี)  เหล้าและไวน์ซึ่งมีดีกรีสูงจะมีขายในร้าน Alko เท่านั้น ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ขายเหล้า  เราจะไม่เห็นขายเหล้าหรือไวน์ในมินิมาร์ทหรือร้านทั่วไป
วันนั้นเราเลยดื่มเบียร์กันคนละแก้วด้วยหวังว่าคืนนี้จะหลับกันอย่างสนิท  เพราะถ้าที่นี่สามทุ่มที่เมืองไทยคงราวตีสองนั่นหมายถึงใกล้เวลาตื่นจริง(ตีสาม)ของชีวิตปกติผมแล้ว
ก่อนนอนผมนึกถึงคำหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว  "ราตีสนด้วน"